เผยแพร่เมื่อ 19 มกราคม 2558

ใบแจ้งข่าว
มกราคม 2558 กำหนดพิจารณาคดีของศูนย์ทนายเพื่อสิทธิมนุษยชน 5 คดี

สองอาทิตย์สุดท้ายของมกราคม 2558 คดีที่อยู่ในความรับผิดชอบของศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนมีนัดหมายการพิจารณาคดี จำนวน 5 คดี ได้แก่

1. คดีระเบิดเวทีกปปส.จังหวัดตราด (คดีหมายเลขดำที่ อ. 1213/2557 ศาลจังหวัดตราด)

นัดสืบพยานฝ่ายโจทก์ วันที่ 20 – 23 และ 27 – 30 มกราคม 2558 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 16.00 น. ที่ ศาลจังหวัดตราด โดยโจทก์อ้างพยานบุคคลที่จะนำสืบต่อศาล จำนวนทั้งสิ้น 31 ปาก

คดีนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 กุมพาพันธ์ 2557 เกิดเหตุระเบิดเวทีชุมนุม กปปส.ที่จังหวัดตราด ต่อมาในเดือนพฤษภาคม 2557 เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารได้ใช้อำนาจตามกฎอัยการศึกจับกุมตัวนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) และนายวัชระ (ขอสงวนนามสกุล) และในเดือนกรกฎาคมได้จับกุมนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) อีก 1 คน ตามลำดับ รวมเป็น 3 คน บุคคลทั้งสามถูกเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก โดยนายสมศักดิ์ (ขอสงวนนามสกุล) ที่ถูกจับกุมคนสุดท้าย ถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึกเป็นเวลานานถึง 26 วัน โดยไม่มีสิทธิได้แจ้งหรือติดต่อญาติหรือให้ญาติหรือบุคคลที่ไว้วางใจเยี่ยม แต่อย่างใด ต่อมาฝ่ายทหารจึงได้นำตัวบุคคลทั้งสามส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเขาสมิง จังหวัดตราด และพนักงานได้ยื่นฟ้องบุคคลทั้งสามต่อศาลจังหวัดตราด เป็นคดีอาญา หมายเลขดำที่ อ. 1213/2557 เป็นจำเลยข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต

จำเลยทั้งสามให้การปฏิเสธ และประสงค์ต่อสู้คดีในชั้นศาล และอ้างว่าถูกซ้อมทรมานและบังคับให้รับสารภาพในระหว่างถูกควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก

2. คดีนายสิรภพ กรณ์อรุษ ข้อหาความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม. 112 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

นัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 21 มกราคม 2558 เวลา 13.00 น. ศาลทหารกรุงเทพ คดีหมายเลขดำที่ 83ก. /2557

นายสิรภพ กรณ์อรุษ เป็นนักเขียนกวีออนไลน์ โดยใช้นามปากกาว่า รุ่งศิลา ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 44/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว โดยมีรายชื่อของนายสิรภพฯ ในลำดับที่ 22 นาย สิรภพไม่ได้รายงานตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกจับและถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 1 ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้

โดยอัยการทหารได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลในวันที่ 24 กันยายน 2557 ข้อหา หมิ่นประมาท ดูหมิ่น แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ ฯ และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้ประกันตัวแต่อย่างใด

3. คดีนายสิรภพ กรณ์อรุษ ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว

นัดฟังคำสั่งคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับในคดีขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญและนัดสืบพยานโจทก์ วันที่ 22 มกราคม 2558 เวลา 8.30 น. ศาลทหารกรุงเทพ คดีหมายเลขดำที่ 40ก. /2557

นายสิรภพ กรณ์อรุษ เป็นนักเขียนกวีออนไลน์ โดยใช้นามปากกาว่า รุ่งศิลา ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2557 คสช. ได้ออกคำสั่งที่ 44/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว โดยมีรายชื่อของนายสิรภพฯ ในลำดับที่ 22 นาย สิรภพไม่ได้รายงานตามระยะเวลาที่กำหนด และถูกจับและถูกควบคุมตัวที่มณฑลทหารบกที่ 1 ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้ พร้อมๆกับ คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112

โดยอัยการทหารได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลในวันที่ 15 สิงหาคม 2557 ข้อหาฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2557 ได้ยื่นคำร้องว่าประกาศคสช.ที่ 37/2557 ที่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร และพรบ.ธรรมนูญศาลทหารฯ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

4. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ข้อหา ประมวลกฎหมายอาญา ม. 116 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ

นัดฟังคำสั่งคำร้องขอให้ศาลส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าบทบัญญัติของกฎหมายที่ใช้บังคับในคดีขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญและนัดตรวจพยานหลักฐาน วันที่ 23 มกราคม 2558 เวลา 8.30 น. ศาลทหารกรุงเทพ คดีหมายเลขดำที่ 24ก. /2557

เป็นนักกิจกรรมทางสังคม ทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 3/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว โดยมีรายชื่อของนายสมบัติฯ ในลำดับที่ 60 นายสมบัติไม่ได้ไปรายงานตามระยะเวลาที่กำหนด โดยโพสต์เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร และชักชวนให้บุคคลมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านรัฐประหาร และถูกจับและถูกควบคุมตัว ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้ พร้อมๆกับ คดีความผิดข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งไปไปรายงานตัว

โดยอัยการทหารได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลในวันที่ 29 กรกฎาคม 2557 ข้อหาประมวลกฎหมายอาญา ม.116 และพรบ.คอมพิวเตอร์ฯ ยุยงปลุกปั่นให้เกิดความกระด้างเดื่องในหมู่ประชาชนโดยวิธีทางคอมพิวเตอร์ โดยจำเลยให้การปฏิเสธ และเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2557 ได้ยื่นคำร้องว่าประกาศคสช.ที่ 37/2557 และ38/2557 ที่ให้พลเรือนขึ้นศาลทหาร และพรบ.ธรรมนูญศาลทหารฯ ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) 2557 และกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง

5. คดีนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือบก.ลายจุด ข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว และประมวลกฎหมายอาญา ม. 368

นัดสืบพยานโจทก์ (ประเด็น) วันที่ 26 มกราคม 2558 เวลา 9.00 น. ที่ศาลแขวงชลบุรี คดีข้อหา ฝ่าฝืนคำสั่งให้บุคคลรายงานตัว และ ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงาน (ป.อาญา ม.368) สืบเนื่องจากอัยการได้ยื่นฟ้องจำเลยที่ศาลแขวงดุสิต เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.1515/2557 และอ้างเจ้าหน้าที่ทหารผู้ทำการจับกุมจำเลยในท้องที่จังหวัดชลบุรีเป็นพยาน ศาลแขวงดุสิจ จึงได้ส่งประเด็นไปสืบพยานปากดังกล่าวที่ศาลแขวงชลบุรี ตามวันและเวลาดังกล่าว

เป็นนักกิจกรรมทางสังคม ทำกิจกรรมแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหาร ต่อมาเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2557 คสช.ได้ออกคำสั่งที่ 3/2557 ให้บุคคลมารายงานตัว โดยมีรายชื่อของนายสมบัติฯ ในลำดับที่ 60 นายสมบัติไม่ได้ไปรายงานตามระยะเวลาที่กำหนด โดยโพสต์เฟซบุ๊คและทวิตเตอร์ ไม่ยอมรับอำนาจรัฐประหาร และชักชวนให้บุคคลมาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์เพื่อต่อต้านรัฐประหาร และถูกจับและถูกควบคุมตัว ตามกฎอัยการศึก แล้วถูกส่งตัวให้ตำรวจดำเนินคดีนี้ พร้อมๆกับ คดีความผิดข้อหาฝ่าฝืนคำสั่งไปไปรายงานตัว

โดยอัยการได้ยื่นฟ้องคดีเป็นคดีอาญาต่อศาลแขวงดุสิต ในวันที่ 10 กรกฎาคม 2557 ข้อหา ฝ่าฝืนไม่มารายงานตัวตามคำสั่งคสช. และขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ตามป.อาญา ม.368 เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ. 1515/2557 ศาลแขวงดุสิต จำเลยให้การปฏิเสธ

———————————————–
ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน
Thai Lawyers for Human Rights
โทร/Tel (+66) (0) 96-789-3172, 096-789-3173
e-mail: tlhr2014@gmail.com

Advertisements