For English please scroll down

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน

เผยแพร่วันที่ 12 มกราคม 2558

ใบแจ้งข่าว

ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คดีนักศึกษายะลาถูกซ้อมทรมาน

วันที่ 13 มกราคม 2558 เวลา 09.30 น. ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ที่ศาลปกครองสูงสุด ชั้น 3 ห้องพิจารณาคดีที่ 12 ในคดีระหว่างนายอิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องคดี ที่ 1 และนายอามีซี มานาก ผู้ฟ้องคดีที่ 2 กับ กองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และกระทรวงกลาโหม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 กรณีการใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 ของเจ้าหน้าที่ทหารในการควบคุมตัวนักศึกษามหาวิทยาลัยสถาบันราชภัฎยะลา ซึ่งในวันนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมีสิทธิยื่นคำแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษรต่อศาลและสามารถขออนุญาตศาลเพื่อแถลงด้วยวาจาได้ และในวันนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกนี้ตุลาการผู้แถลงคดีจะชี้แจงหรือเสนอคำแถลงการณ์ด้วยวาจาต่อองค์คณะด้วย

คดีนี้ผู้ฟ้องคดีทั้งสองได้ยื่นฟ้องกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ให้รับผิดชอบในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในจังหวัดภาคใต้ซึ่งอยู่ในสังกัดของตนที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน ตามพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ.2539 เนื่องจากการทำร้ายร่างกายและการซ้อมทรมาน โดยเจ้าหน้าที่ทหารพรานและเจ้าหน้าที่ทหารจากหน่วยเฉพาะกิจที่ 11 ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ผู้ฟ้องคดีทั้งสองจึงฟ้องเรียกค่าเสียหายเป็นค่ารักษาพยาบาลจำนวน 5,000 บาท เครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ฟ้องคดีที่ 1 จำนวน 1 เครื่อง เป็นเงิน 25,000 บาท โทรศัพท์เคลื่อนที่ของผู้ฟ้องคดีที่ 1 ราคา 6,000 บาท และของผู้ฟ้องคดีที่ 2 ราคา 12,000 บาท ค่าเสียหายจากการถูกทำร้ายร่างกายและการใช้ชีวิตอย่างปกติสุขเป็นเงิน 200,000 บาท และค่าเสียหายจากการถูกควบคุมตัวทำให้สูญเสียเสรีภาพและชื่อเสียง คิดเป็นเงินคนละ 500,000 บาท และค่าเสียหายจากการที่ทำให้ต้องเสียศักดิ์ศรี ถูกดูหมิ่นจากเพื่อนบ้านและเพื่อนนักศึกษาคิดเป็นเงินคนละ 500,000 บาท และค่าเสียหายจากการฟ้องต่อศาลเพื่อให้ระงับหรือเพิกถอนการกระทำของเจ้าหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองตามรัฐธรรมนูญ คนละ 500,000 บาท

เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 ศาลปกครองสงขลาได้อ่านคำพิพากษาคดีพิพาทเกี่ยวกับการกระทำละเมิดของหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐอันเกิดจากการใช้อำนาจตามกฎหมายระหว่างนายอิสมาแอ เตะ ผู้ฟ้องคดี ที่ 1 และนายอามีซี มานาก ผู้ฟ้องคดีที่ 2 กับ กองทัพบก ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และกระทรวงกลาโหม ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 โดยพิพากษาให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 (กองทัพบก) ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ผู้ฟ้องคดีทั้งสอง โดยชำระเงินแก่ผู้ฟ้องคดีที่ 1 จำนวน 255,000 บาท และผู้ฟ้องคดีที่ 2 จำนวน 250,000 บาท เนื่องจากควบคุมตัวไว้เกินกำหนด 7 วันตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 อีกทั้งเป็นการใช้อำนาจตามกฎหมายพิเศษอันเป็นกฎหมายที่ลิดรอนสิทธิของบุคคลอื่น จึงควรต้องใช้ด้วยความระมัดระวังและต้องแก้ไขเยียวยาความเสียหายให้แก่บุคคลซึ่งรับผลดังกล่าว กรณีเจ้าหน้าที่ใช้กำลังทำร้ายผู้ฟ้องคดีทั้งสองในระหว่างการจับกุมและควบคุมตัว ผู้ฟ้องคดีที่ 1 ได้ยื่นพยานหลักฐาน จึงน่าเชื่อว่าบาดแผลตามที่แพทย์วินิจฉัยไว้เกิดจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 จึงต้องรับผิดชอบชดใช้ค่ารักษาพยาบาลให้แก่ผู้ฟ้องที่ 1 จำนวน 5,000 บาท ส่วนผู้ฟ้องคดีที่ 2 ไม่ปรากฏพยานหลักฐานใดๆ ว่าถูกการกระทำร้ายร่างกาย ศาลจึงไม่อาจกำหนดค่าเสียหายในส่วนนี้ได้ ส่วนคำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 (กระทรวงกลาโหม)

ปัจจุบัน รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ได้ถูกถูกยกเลิกโดยประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557 เรื่องการสิ้นสุดชั่วคราวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 แต่สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนที่ได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญก็มิได้สิ้นสุดลงด้วยแต่อย่างใด โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 4 บัญญัติว่า “ภายใต้บังคับบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญนี้ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สิทธิ เสรีภาพและความเสมอภาค บรรดาที่ชนชาวไทยเคยได้รับการคุ้มครองตามประเพณีการปกครองประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และตามพันธกรณีระหว่างประเทศที่ประเทศไทยมีอยู่แล้ว ย่อมได้รับการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญนี้”

ดังนั้น สิทธิเสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์และการได้รับการเยียวยาของผู้ฟ้องคดีทั้งสองจากการถูกซ้อมทรมาน ยังคงได้รับการคุ้มครองโดยตรงตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี : Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment (CAT)

แม้เหตุในคดีนี้จะเกิดก่อนที่รัฐธรรมนูญจะถูกยกเลิกโดยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่คำขอท้ายฟ้องของผู้ฟ้องคดีทั้งสองบางส่วนเป็นการขอให้เยียวยาความเสียหายตามรัฐธรรมนูญมาตรา 32 วรรคห้าโดยตรง เมื่อรัฐธรรมนูญถูกยกเลิก จึงเป็นข้อน่าพิจารณาอย่างยิ่งว่าตุลาการผู้แถลงคดีจะพิจารณาข้อกฎหมายข้างต้นออกมาในลักษณะใด

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมคดีได้ที่:

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน : 02-6930682

จันทร์จิรา จันทร์แผ้ว ทนายความ : 083-9072032

ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาบางส่วน จึงได้ยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุด เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม2554 โดยมีประเด็นการอุทธรณ์ปรากฏตามลิงค์ https://voicefromthais.wordpress.com/2012/02/10/2012_02_10-yala-students-cases_defendents-and-plaintiffs-appealed-on-the-administrative-court-decision-thai/

ติดตามข้อมูลคดีเพิ่มเติมได้ที่

http://naksit.org/index.php/allcases

For immediate release on 12 January 2015

Public Statement

First hearing on torture against Yala students by the Supreme Administrative Court

On 13 January 2015, 09.30am, the first hearing by the Supreme Administrative Court will be held at Court Room 12, 3rd Floor of the Supreme Administrative Court in case between Mr. Isama-ae Tae, plaintiff no.1 and Mr. Amizi Manak, plaintiff no.2 V. the Royal Thai Army, defendant no.1 and Ministry of Defense, defendant no.2 concerning the invocation of the 1914 Martial Law Act by the military to hold the two students from Yala Rajabhat University in custody. During the first hearing, both parties are entitled to submit their written statements to the Court and may ask for permission to read them out. Also, on the same occasion, the Commissaire du gouvernement or the Judge who make the conclusions will explain the case matters or may deliver a statement to the quorum of judges.

The two plaintiffs have filed a lawsuit against the Ministry of Defense and the Royal Thai Army to hold officials deployed in the Southern Border Provinces under their charge to justice for having inflicted damages to people as per the 1996 Tortuous Liability of Officials Act and to provide compensation for the physical abuse and torture inflicted on them. The physical abuse was conducted by the rangers and military officials from Taskforce 11 who were state officials and were under the charge of the two defendants The two plaintiffs demand 5,000 baht for medical expense and 25,000 baht to compensate for a set of computer belonging to plaintiff no.1, 6,000 baht for the mobile phone belonging to plaintiff no.1 and 12,000 baht for the mobile phone belonging to plaintiff no.2, 200,000 baht for damages from physical abuse and disruption of peaceful living, and 500,000 baht each as damages from being deprived of liberty and the disrepute and another 500,000 baht each for being slighted and discredited among neighbors and fellow students as well as 500,000 baht each for expenses incurred from bringing the case to the Court to stall or annul the act of the two defendants as per the Constitution.

Previously, on 22 November 2011, the Songkhla Administrative Court delivered a decision on alleged breaches committed by administrative agencies or state officials against Mr. Isama-ae Tae, plaintiff no.1 and Mr. Amizi Manak, plaintiff no.2 who brought the case against the Royal Thai Army, defendant no.1 and Ministry of Defense, defendant no.2. The Court instructed the defendant no.1 (Royal Thai Army) to award compensation to the two plaintiffs including 255,000 baht for plaintiff no. 1 and 250,000 baht for plaintiff no. 2 as they had been held in custody longer than seven days as provided for by the 1914 Martial Law Act. In addition, the exercise of power invoking special laws which deprives the rights of other persons must be made carefully and remedies must be provided to those affected by the laws. The officials were alleged to have committed physical assault against the two plaintiffs during the arrest and custody. The plaintiff no.1 presented evidence which was believed to be wounds sustained from the act of the officials and certified by the physician. Therefore, the defendant no.1 is obliged to provide for medical expense of the plaintiff no.1 for the amount of 5,000 baht. Since the plaintiff no.2 presented no evidence to prove that he had been physically abused, the Court could not determine any compensation for him. Other requests were dismissed and the defendant no.2 (Ministry of Defense) was also acquitted.

At present, the 2007 Constitution has been revoked by the National Council for Peace and Order (NCPO) Announcement no. 5/2557 regarding the termination of the Constitution of the Kingdom of Thailand dated 22 May 2014. Despite that the upholding of the rights, freedom and human dignity of people as provided for by the Constitution still remains obligatory. The Constitution of the Kingdom of Thailand (Interim), B.E. 2557 (2014)’s Section 4 provides that “Subject to the provisions of this Constitution, all human dignity, rights, liberties and equality of the people protected by the constitutional convention under a democratic regime of government with the King as the Head of State, and by international obligations bound by Thailand, shall be protected and upheld by this Constitution.”

Therefore, the rights, freedom and human dignity as well as the right to seek remedies of the two plaintiffs who had been subject to the act of torture continue to be protected, directly by the virtue of the UN Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment (CAT).

Even though the alleged crime in this case has taken place prior to the revocation of the Constitution by the NCPO, and the request in the case to seek remedies is based on Section 32(5) of the terminated Constitution, it is therefore pertinent as to how the Commissaire du gouvernement would juristically approach the case.

For more information, please contact:

Human Rights Lawyers Association (HRLA): 02-6930682

Ms. Junjira Junpaew, lawyer: 083-9072032

Unsatisfied with part of the decision made by the Lower Administrative Court, the plaintiffs have decided to appeal it with the Supreme Administrative Court on 21 December 2011, and the issues of the appeal are in https://voicefromthais.wordpress.com/2012/02/10/2012_02_10-yala-students-cases_defendents-and-plaintiffs-appealed-on-the-administrative-court-decision-thai/

More information can be found here.

http://naksit.org/index.php/allcases

Advertisements