Uncategorized

บันทึกข้อเท็จจริงจากการลงพื้นที่ อ.เบตง จ. ยะลา : แม้แต่ในบ้าน เด็กก็ไม่ปลอดภัย by Anchana , Duayjai Group

as of 22 Nov 2014

แม้แต่ในบ้าน เด็กก็ไม่ปลอดภัย  by Anchana , Duayjai Group
ไม่น่าเชื่อว่าเหตุการณ์ที่ได้ฟังจากผู้หญิงคนหนึ่งจะเป็นเรื่องจริงในแผ่นดินที่เราอยู่ มิใช่เรื่องราวในภาพยนตร์สงครามจากต่างประเทศที่เราชอบดู เมื่อได้อ่านเรื่องราวจากข่าวที่ปรากฏตามสื่อต่าง ว่ามีเด็กถูกยิงได้รับบาดเจ็บพร้อมกับพ่อ ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2557 ขณะที่กำลังประชุมกับองค์กรแหล่งทุน เมื่อสอบถามไปยังเพื่อนๆ ที่ทำงานในองค์กรระหว่างประเทศรายหนึ่งก็ให้สงสัยว่าเรื่องราวที่แท้จริงนั้นเป็นอย่างไร ทำไมแม้แต่ในบ้านเด็กก็ไม่ปลอดภัย จึงเป็นที่มาของการเดินทางไปยังอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2557 แต่เราไปถึงที่นั้นก็เป็นเวลา สองทุ่มกว่าแล้วจึงตกลงกันว่าเราจะไปเยี่ยมน้อง เด็กชายอัยมัน มะแตหะ อายุ 7 ขวบ ที่โรงพยาบาลเบตงในวันรุ่งขึ้น
หลังจากรับประทานอาหารเช้าและสอบถามถึงเส้นทางที่จะไปโรงพยาบาลเราก็ได้เจอน้องอัยมันนั่งเหม่อลอยอยู่ที่ริมระเบียงทางเดินของโรงพยาบาลโดยมือข้างซ้ายมีสายถุงน้ำเกลือติดอยู่ อัยมันมีน้าสาว 2 คนช่วยกันดูแล เธอบอกกับเราว่าหลังจากเหตุการณ์น้องอัยมันเงียบลงกว่าเดิมและไม่คุยกับใครเลย เราพยายามชวนน้องคุย ให้สลาม ถามถึงโรงเรียน คุณครู เธอก็เริ่มที่จะตอบโดยการพยักหน้าน้อย ๆ หรือตอบเป็นคำ ๆ แต่สักพักน้องก็เริ่มเจ็บแผล และจะถูนิ้วโป้งทั้งสองตลอดเวลาที่คุย เราสังเกตเห็นที่สองนิ้วเป็นรอยแผลถลอกแล้ว น้าสาวของน้องเล่าให้ฟังว่า หมอต้องผ่าหน้าท้องเพื่อเอากระสุนออกและเย็บแผลที่ลำไส้ และปอด เราอยากกอดน้องอัยมัน แต่กลัวน้องเจ็บแผล เราจึงทำได้แค่จูบที่หน้าผากของเธอก่อนที่จากลาพร้อมคำสั ญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมน้องอีก อินชาอัลเลาะห์
เราเดินทางต่อไปยังหมู่ที่ 4 บ้านธารมะลิ ตำบล อัยเยอร์เวง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นบ้านของแม่น้องอัยมันและเป็นบ้านที่เกิดเหตุการณ์ยิงพ่อเสียชีวิตและน้องอัยมัน จากเส้นทางสาย 410 เบตง-ยะลา ต้องเลี้ยวเข้าไปในหมู่บ้านที่กิโลเมตร 32 ซึ่งเป็นทางที่ขึ้นภูเขาสูงชัน เข้าไปค่อนข้างลึกและเปลี่ยว ไม่มีด่านแม้แต่ด่านเดียว ไปจนถึงบ้านของเธอ นางคอปือเสาะ มะเด็ง อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นแม่ของน้องอัยมัน และภรรยาของนาย ฮาซัน มะตอแห อายุ 47 ปี ที่ถูกยิงเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันทีต่อหน้าภรรยา น้องภรรยา และลูกชาย 4 คน บนบ้านของเขาเอง
ที่นี้เราพบลูกทาร์ซานชื่อ น้องลูกมาน มะแตหะ อายุ 4 ขวบ ไม่ใส่เสื้อผ้ากำลังนั่งเล่นกับพี่ชายของน้องที่ชื่อ อัสฮาน มะแตหะ อายุ 9 ขวบ จึงสอบถามว่าใช่บ้านของน้องอัยมัน ซึ่งทั้งสองก็ตอบว่าใช่ นางคอปือเสาะ ก็ได้ลงมาตอนรับและเชิญขึ้นไปบนบ้าน ใบหน้าของเธอดูเหนื่อยล้าเพราะเพิ่มผ่านการจัดงานทำบุญหลังการเสียชีวิตของสามีได้ 7 วัน แต่เธอก็ยินดีพูดคุยกับเรา เธอได้เล่าให้เราฟังว่า
สามีของเธอ นายฮาซัน มะตอแห อายุ 47 ปี เป็นคนบันนังสตา เรียนจบชั้นมัธยมที่โรงเรียนธรรมวิทยามูลนิธิ แล้วจึงไปเรียนต่อทางด้านศาสนาที่ประเทศอิรัก 4 ปี จนจบระดับปริญญาตรี หลังจากที่กลับประเทศไทย นายฮาซันได้ไปสอนที่โรงเรียนแห่งหนึ่งที่อำเภอ บันนังสตา เพียง 3-4 เดือน จึงแต่งงานกับเธอ มีลูกชายด้วยกัน 4 คน คือ เด็กชาย อัสฮาน มะแตหะ อายุ 9 ขวบ เรียน ชั้นประถมศึกษาศึกษาปีที่ 4 เด็กชายอัยมัน มะแตหะ อายุ 7 ขวบ เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 เด็กชายลูกมาน มะแตหะ อายุ 4 ขวบ และเด็กชาย ซีนาน มะแตหะ อายุ 10 เดือน นายฮาซันมีอาชีพรับจ้างกรีดยางพารา และสอนตาดีกาในวันเสาร์ อาทิตย์ โดยปกติก็จะไปกรีดยางหลังจากละหมาดซุบฮิ และจะกลับมาตอนประมาณ 8 โมงเช้าแล้วจึงไปถางป่าในสวนยางพาราเมื่อน้ำมันที่ใช้ถางป่าใกล้จะหมดก็จะกลับมาที่บ้าน ส่วนใหญ่ก็จะกลับมาตอนเที่ยงแล้วไปละหมาดที่บาราย ใกล้บ้าน
สามีของเธอเคยถูกควบคุมตัวด้วยกฎหมายพิเศษ 3 ครั้ง โดยครั้งแรกเมื่อประมาณปี 2548-2549 ครั้งที่สองเมื่อปี 2553 และครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 7 ก.ย.57 โดย ฉก.ทพ.33 ได้สนธิกำลังเข้าทำการปิดล้อมตรวจค้น จับกุมนายอาซัน มะแตหะ กรณีเป็นผู้ต้องสงสัยมีส่วนเกี่ยวข้องเหตุลอบวางระเบิด รถทัวร์ บริษัทสยามเดินรถ สายเบตง-กทม.ได้รับความเสียหาย พื้นที่เกิดเหตุ ต.อัยเยอร์เวง อ.เบตง จ.ยะลา เมื่อ 6 ก.ย.57 ซึ่งเธอเล่าว่า สามีถูกควบคุมตัวที่ ศูนย์พิทักษ์สันติ เป็นระยะเวลา 25 วัน แต่ในข่าวที่ปรากฏ ระบุว่าได้รับการปล่อยตัวกลับภูมิลำเนาเมื่อ 10 ก.ย.57
เมื่อได้รับการปล่อยตัวเธอก็ถามเขาว่าจะไปอยู่ที่อื่นหรือไม่เพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยจากการที่เจ้าหน้าที่จับกุมและตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นแนวร่วมก่อความไม่สงบถึง 3 ครั้ง ในห้วงเวลา 10 ปี ที่มีความไม่สงบเกิดขึ้น แต่เขาก็บอกว่าไม่เป็นไร
คืนวันนั้นฮาซันเดินไปเปิดประตูหลังบ้านเพื่อจะลงไปก่อไฟให้แพะเพราะเพิ่งจะซื้อแพะมา 2 ตัวมาเลี้ยงไว้เพื่อจะทำงานเมาลิด เมื่อประตูเปิดก็ได้ยินเสียงปืน 1 นัดและเสียงปืนรัว สามีจึงวิ่งเข้ามาในบ้านและล้มลงที่ประตูกลางบ้าน ต่อมาชายชุดดำก็วิ่งขึ้นมาบนบ้านตามหลังสามี ในตอนนั้นเธอกำลังนั่งพับผ้าตรงกลางบ้าน อัยมันกำลังจะเข้ามุ้งนอนที่ใกล้ประตูทางออกของบ้าน เมื่อได้ยินเสียงปืนและเห็นพ่อวิ่งเข้ามาในบ้านก็จะวิ่งเข้ามาหาพ่อแต่ก็ล้มลงตรงกลางบ้านเพราะถูกยิงเข้าที่ท้องด้านหน้า อัสฮาน กำลังแปรงฟันที่ระเบียงหลังบ้าน ที่อยู่ใกล้กับประตูที่นายฮาซันมาล้มอยู่ ส่วนลูกมานหลบอยู่ที่ซอกระหว่างพื้นบ้านที่ยกสูงกับกล่องเสื้อผ้าข้างประตู ฮาซันวิ่งขึ้นมาตรงกลางบ้านที่ยกพื้นสูง และล้มลงตรงหน้าตู้ ข้างหลังตู้มีน้องสาวของคอปือเสาะ หลบอยู่ด้วยความกลัว ชายชุดดำ เสื้อสีดำแขนยาว ที่หัวไหล่ใส่ฟองน้ำและเย็บ กางเกงกีฬาสีดำ ใส่หมวกสีดำเหลือแต่ดวงตา ใส่ถุงมือ และใส่รองเท้าแบบรองเท้ายี่ห้อนันยางสีดำ สูงประมาณ 170 เซนติเมตร รูปร่างสูงใหญ่ มายืนตรงกลางบ้าน ที่เปิดไฟสว่างเพราะเป็นเวลา 2 ทุ่มครี่ง ข้างซ้ายมือของคนร้ายคือเธอที่วิ่งจะไปหาสามี ข้างขวาของเขาคือลูกมานที่นั่งหลบระหว่างซอกข้างกล่องเสื้อผ้ากับพื้นบ้าน คนร้ายยิงไปที่นายฮาซัน 5 นัด ต่อหน้าทุกคนที่หันมาดูเขา และเสียง ร้องให้บอกกับคนร้ายว่าพอแล้ว หยุด ๆ เป็นภาษายาวี เมื่อเขายิงเสร็จก็วิ่งลงไปทางเดิมที่เขาขึ้นมา เธอจึงวิ่งตามไปดูและเห็นว่าคนร้ายมีสองคนอยู่ที่ด้านล่าง หลังจากนั้นเธอก็เห็นเขาวิ่งลงไปพร้อมกับเสียงพูดว่า กี กี ไป ไป และรถกะบะ วิ่งไปทางโรงเรียนบ้านธารมะลิ ซึ่งห่างออกไป 3 กิโลเมตร และมีด่านที่หน้าโรงเรียน และ บริเวณบ้านกระป๋อง
ต่อมาเธอจึงวิ่งไปขอความช่วยเหลือจากชาวบ้าน ครั้งแรกไม่มีใครกล้ามาให้ความช่วยเหลือ จึงไปตามอีกครั้ง หลังจากนั้นผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านซึ่งเป็นญาติกันก็มาถึงตอนสามทุ่มบอกว่าได้ยินเสียงปืนจึงออกมาดู และช่วยพาอัยมันไปโรงพยาบาล ตอนนั้น เด็กๆ ทุกคนตกใจร้องไห้
คอปือเสาะขี่มอเตอร์ไซด์ไม่ได้เพราะกลัวการขี่มอเตอร์ไซด์ขึ้นภูเขา โรงเรียนอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 3 กิโลเมตร ตอนนี้ก็มีเพื่อนบ้านช่วยมารับเด็ก ๆ ไปโรงเรียน สวนยางที่รับจ้างกรีดยางพาราก็อยู่ห่างจากบ้าน เด็ก ๆ จะไม่คุยเรื่องที่เกิดขึ้นเลยเพราะกลัวแม่ร้องไห้ เมื่อเจ้าหน้าที่มาสอบถามลูกมานก็บอกว่า……..ยิงพ่อ เพราะลักษณะเสื้อเหมือนที่เขาเห็น……….ใส่ ( ตอนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามเด็ก ๆ มีแม่อยู่ด้วย)
หลังจากนี้ชีวิตจะดำเนินอย่างไร เราได้ถามคอปีเสาะ เธอก็นิ่งเงียบ เราก็เลยบอกว่า ชีวิตก็ต้องดำเนินต่อไปอย่างแรกเลย ก็คือฝึกขี่มอเตอร์ไซด์เพื่อไปส่งลูกที่โรงเรียน เพื่อไปกรีดยางพาราหารายได้มาดูแลลูก ๆ ที่กำลังเรียนและเติบโตต่อไป เพื่อให้มีชีวิตที่ดีในอนาคต แต่ก่อนอื่นก็ให้สังเกตดูความเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของเด็ก ๆ ด้วยเพราะสิ่งที่เขาเห็นมันเลวร้ายเกินกว่าที่เด็กควรจะพบเจอหรือแม้แต่ผู้ใหญ่เองก็เถอะ เธอเคยเย็บผ้าได้นิดหน่อย ซึ่งก็น่าจะเป็นทางเลือกหนึ่งในอนาคตในการประกอบอาชีพของเธอ แต่สิ่งที่เธอต้องการในตอนนี้คือ เธออยากรู้ว่าใครฆ่าสามีเธอ
ในระหว่างที่เธอเล่าเรานึกไม่ออกหรอกว่าเหตุการณ์จริงเป็นอย่างไร เธอจึงพาไปดูทุกจุดที่เกิดเหตุตั้งแต่จุดที่สามีเปิดประตู วิ่งเข้ามาล้มเทื่อถึงตรงนี้ล่ามของเราก็ไม่สามารถแปลได้อีกแล้วเพราะเธอกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ล่ามคนที่สองจึงมาช่วยแปลต่อ เธอมาพาชี้จุดต่างๆ ให้เราดู ชี้ตำแหน่งที่ลูก ๆ หลบอยู่ซึ่งทุกจุดสามารถมองเห็นทุกสิ่งอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าได้ตลอด เธอชี้รอยทะลุพื้นไม้ตำแหน่งที่คนร้ายมายิงซ้ำทั้งๆ ที่เธอบอกให้พอแล้ว เธอยังไม่มีโอกาสได้ไปเฝ้าดูแลอัยมันเลย เพราะต้องดูแลลูกคนเล็กที่อายุเพียง 10 เดือน
จากการติดตามเหตุการณ์ที่ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคงถูกยิงเสียชีวิต ซึ่งเป็นรายที่ 17 ที่ทางกลุ่มด้วยใจเก็บข้อมูลมา และเป็นหลายรายที่พบว่าคนกระทำไม่เคยใส่ใจหรือคำนึงถึงเด็กเลยแม้แต่น้อย เราไม่สามารถหาคำตอบให้กับเหตุการณ์นี้ได้แต่เราอยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง สนใจ ใส่ใจ และดูแลเด็ก และประชาชน มากกว่านี้ไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม เราไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้ ผ่านไปเหมือนสายลม เราไม่อยากให้มีการเสียน้ำตาอย่างไร้ค่า แต่เราอยากให้การเสียน้ำตานั้นได้หยุดความรุนแรงที่เกิดขึ้นบ้าง เราไม่อยากให้ผู้กระทำผิดลอยนวลไม่ว่าเขาจะเป็นใครก็ตาม เราเชื่อมั่นว่าถ้าตั้งใจจริงก็สามารถจับกุมได้อย่างเป็นธรรมเหมือนหลาย ๆ เหตุการณ์ที่ผ่านมา

Advertisements