วันที่ 17 พฤศจิกายน 2557
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
แถลงการณ์
ยุติการทำร้ายสังหารผู้บริสุทธิ์
การใช้ความรุนแรงตอบโต้ความไม่เป็นธรรมนั้นไม่มีความชอบธรรม

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมเป็นองค์กรเอกชนที่ไม่แสวงหากำไร ได้จดทะเบียนไว้กับกระทรวงวัฒนธรรมธรรม เลขอนุญาตที่ ต. 9/2545 มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเคารพสิทธิในการยึดถือและปฏิบัติทางวัฒนธรรมทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง สิทธิมนุษยชน ภาษา ศาสนา ศิลปะ ประเพณี ปฏิบัติของกลุ่มบุคคลต่างๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ แลกเปลี่ยน ตระหนักถึงความสัมพันธ์ทางวัฒนธรรม มูลนิธิฯ เป็นองค์การพัฒนาเอกชนที่เป็นอิสระไม่ฝักใฝ่หรือเป็นตัวแทนผลประโยชน์จากฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเฉพาะ มูลนิธิฯ ให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันทั้งภาครัฐและเอกชนเสมอมา โดยเฉพาะในกรณีที่มีความขัดแย้งเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานรัฐและประชาชน หรือระหว่างกลุ่มบุคคลต่างๆในสังคม และมูลนิธิฯ หวังว่าการส่งเสริมความเข้าใจระหว่างกลุ่มบุคคลต่างๆ จะทำให้เกิดความร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้อย่างยั่งยืน

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อกรณีความสูญเสียของครอบครัวผู้บริสุทธิ์จากเหตุการณ์การยิงชาวไทยพุทธเสียชีวิตซึ่งเป็นผู้หญิงจำนวน 3 รายและผู้ชายหนึ่งราย เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2557 ได้แก่เหตุการณ์ยิงนางอิศรา ชัยฤทธิ์โชค อาชีพครู อายุ 53 ปี ที่อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี นางสิริรัตน์ แซ่ชั้น อายุ 32 ปี นางสาริณี แซ่ท่องอายุ 54 ปีที่อำเภอธารโต จังหวัดยะลา และนายนรพล แสงมณี อายุ 26 ปี ที่อ.ระแงะ จ.นราธิวาส

การสังหารผู้หญิงและผู้บริสุทธิ์ในสถานการณ์ความขัดแย้งทางอาวุธเป็นการกระทำไร้มนุษยธรรมที่อุกอาจรุนแรง และนำพามาซึ่งความโกรธแค้นชิงชังของประชาชนที่อยู่ในสังคม เป็นการกระทำต้องห้ามทั้งตามหลักศีลธรรม หลักกฎหมายภายในและต่างประเทศ การต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งการเรียกร้องสิทธิทางการเมืองหรือการเรียกร้องความเป็นธรรมใดใดโดยการใช้ความรุนแรงตอบโต้นั้นไม่มีความชอบธรรม

ขอเรียกร้องให้กลุ่มผู้ใช้ความรุนแรงยุติการกระทำดังกล่าว ปัจจุบันชาวไทยพุทธและกลุ่มชุมชนกลุ่มน้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้อยู่ในสภาวะหวาดกลัวและต้องการเรียกร้องสิทธิในชีวิตและทรัพย์สินของตนซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน อีกทั้งความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างกลุ่มติดอาวุธในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ที่ยืดเยื้อยาวนานมาเป็นระยะเวลา 10 ปีนี้ทำให้เกิดความไม่ไว้วางใจระหว่างกลุ่มคนต่างๆในพื้นที่ และนำความสูญเสียมาให้กับกลุ่มชนทุกศาสนา ทุกเชื้อชาติ ทุกความคิดความเชื่อ

การสู้รบและการสังหารด้วยอาวุธเกิดขึ้นโดยทั่วไปไม่อาจแยกแยะได้ว่าเป็นการกระทำของกลุ่มใด อีกทั้งรัฐยังไม่สามารถนำคนผิดที่แท้จริงมาลงโทษตามกฎหมายได้ อนึ่งการปราบปราบผู้ก่อความไม่สงบโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายพิเศษเพื่อติดตามจับกุมอย่างรวดเร็วเร่งด่วนอาจเกิดความผิดพลาดหรือผิดหลงในการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอาจถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบนำไปให้เป็นเงื่อนไขในการโต้ตอบกลับต่อกลุ่มผู้บริสุทธิ์หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ยังมาซึ่งความเสียหายและบาดหมางในสังคมจังหวัดชายแดนภาคใต้มากขึ้น

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะทางแม่ทัพภาคที่ 4 ในฐานะผู้อำนวยการกองกำลังรักษาความมั่นคงภายในภาคสี่ส่วนหน้าได้สร้างมาตรการป้องกันในการโต้ตอบผู้สร้างความไม่สงบเพื่อให้ส่งผลกระทบต่อผู้บริสุทธิ์น้อยที่สุด โดยการปราบปรามการก่อความไม่สงบต้องยึดหมั่นต่อการบังคับใช้กฎหมายและเคารพต่อหลักการด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด เพื่อลดเงื่อนไขอันอาจนำมาสู่การทำร้ายผู้บริสุทธิ์ได้

มูลนิธิฯ ขอเสนอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแสวงหาแนวทางรวมกันอย่างเป็นรูปธรรมกับกลุ่มไทยพุทธและชุมชนที่เป็นประชาชนกลุ่มน้อยในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นระหว่างสมาชิกชุมชนด้วยกันเองและกับเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานในท้องที่ ในการที่จะคุ้มครองปกป้องสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่เป็นจริงให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เช่น สิทธิในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพยสิน การห้ามไม่ให้มีการบังคับขับไล่ประชาชน สิทธิในการนับถือศาสนาและปฏิบัติศาสนกิจ เป็นต้น รวมทั้งการร่วมพูดคุยตามแนวทางสันติสุข เพื่อนำพาไปสู่สันติภาพอย่างยั่งยืน

25571117-090640.jpg

Advertisements