Uncategorized

รายงานคู่ขนานสถานการณ์การทรมานในประเทศไทย ส่งให้คณะกรรมการCATองค์การสหประชาชาติ

http://tbinternet.ohchr.org/Treaties/CAT/Shared%20Documents/THA/INT_CAT_NGO_THA_17098_E.pdf

Advertisements
Uncategorized

คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ: กรณีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า

ข้อเสนอเบื้องต้นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดย คณะอนุกรรมการด้านที่ดินและป่า และคณะอนุกรรมการด้านสิทธิชุมชน กรณีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า ด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้รับเรื่องร้องเรียนจากราษฎรหลายพื้นที่ว่า ได้รับผลกระทบจากการที่เจ้าหน้าที่อ้างคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๔ / ๒๕๕๗ เข้าดำเนินการขับไล่ บุกยึด และรื้อทำลายทรัพย์สินของราษฎรที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า ทั้งๆ ที่ราษฎรในหลายพื้นที่เหล่านี้อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่มาก่อนประกาศเป็นเขตป่าอนุรักษ์ แต่เจ้าหน้าที่กลับไม่ได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านเพียงพอว่า พื้นที่ดังกล่าวมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยหน่วยงานรัฐที่ผ่านมาอย่างไร อยู่ในขั้นตอนใด ไม่มีการแยกแยะลักษณะของการกระทำและราษฎรที่ถูกกล่าวว่ากระทำผิดว่าเข้าข่ายผู้บุกรุกรายใหญ่ตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนดหรือไม่ ไม่เปิดโอกาสให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและร่วมตัดสินใจต่อการดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว และที่สำคัญราษฎรเหล่านี้ยังมีลักษณะที่เป็นไปเงื่อนไขตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๖ / ๒๕๕๗ ข้อ ๒.๑ ที่ระบุว่า “การดำเนินการใดๆ ต้องไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ที่มีรายได้น้อย และผู้ไร้ที่ดินทำกิน ซึ่งได้อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมๆ นั้น ก่อนคำสั่งนี้มีผลบังคับใช้ ยกเว้นผู้ที่บุกรุกใหม่ จะต้องดำเนินการสอบสวน และพิสูจน์ทราบ เพื่อกำหนดวิธีปฏิบัติที่เหมาะสมและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป” โดยนับตั้งแต่วันที่มีประกาศคำสั่งเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบันนี้ (เดือนกันยายน ๒๕๕๗) มีการร้องเรียนในประเด็นดังกล่าวข้างต้นต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นจำนวน ๑๘ คำร้อง ในการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามกรณีร้องเรียน… Continue reading คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ: กรณีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ที่ ๖๖/๒๕๕๗ ส่งผลกระทบต่อชุมชนที่อยู่อาศัยและทำกินในพื้นที่ป่า

Uncategorized

เปิดคำพิพากษาคดีแอนดี้ ฮอลล์ ศาลจังหวัดพระโขนง คดีแดง อ. 4751/57

คำพิพากษาคดี อานดี้ ศาลจังหวัดพระโขนง คดีอาญา หมายเขจดำที่ อ๒๐๕๑-๕๗ แดง อ๔๗๕๑-๕๗IMG_20141029_0027_ คดีหมายเลขดำที่ อ.๒๐๕๑/๒๕๕๗ คดีหมายเลขแดงที่ อ.๔๗๕๑/๒๕๕๗ ระหว่างพนักงานอัยการ โจทก์ บริษัทเนเชอรัล ฟรุต จำกัด โจทก์ร่วม นายอานดรูู โจนาธาน ฮอลล์ จำเลย

Uncategorized

บรรยายเรื่อง หลักการ การรื้อฟื้นคดีอาญา ระดับสากลและประเทศฝรั่งเศส โดยดร. ปกป้อง ศรีสนิท

บรรยายเรื่อง หลักการ การรื้อฟื้นคดีอาญา ระดับสากลและประเทศฝรั่งเศส โดยดร. ปกป้อง ศรีสนิท ความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรมเกิดขึ้นได้ ในระบบไทยมีการพิจารณาในชั้นอุทธรณ์เป็นการใช้หลักฐานเดิม ในอีกระบบหนึ่งคือการรื้อฟื้นคดีใหม่ สามารถรื้อฟื้นได้เฉพาะในคดีที่ศาลตัดสินสิ้นสุดแล้ว (ไม่อุทธรณ์ หรือศาลสูงตัดสินแล้ว)ระบบการพิจารณาคดีใหม่ (รื้อฟื้นคดีใหม่) ต้องมีหลักฐานใหม่เท่านั้น ห้ามไม่ให้ใช้หลักฐานเดิม เพราะเราต้องยุติการให้หลักฐานเดิม ถ้าอนุญาตให้ใช้หลักฐานเดิมก็เท่ากับว่าอุทธรณ์ไปไม่สิ้นสุด ความผิดพลาดเกิดได้ เกิดขึ้นมาแล้ว มีหลักการด้านสิทธิมนุษยชนในการแก้ไขปัญหา คือระบุไว้ใน ICCPR มีสองแนวคือมาตรา 14 รับรองให้เกิดการพิจารณาคดีใหม่ ในข้อ 14 (5) , (6) ทุกคนที่ถูกศาลพิพากษาลงโทษ ต้องได้รับการพิจารณาโดยศาลที่สูงกว่า (สิทธิในการอุทธรณ์) ประเทศไทยก็เดินตามทำตาม เพราะเราเป็นประเทศสมาชิกตาม ICCPR ในบางประเทศสามารถอุทธรณ์เพียงชั้นเดียว ประเทศไทยสามารถอุทธรณ์และฎีกาได้ด้วย เท่ากับว่าสามารถอุทธรณ์ศาลสูงกว่าได้สองครั้ง เป็นการทำไปมากกว่ามาตรฐานสากล ในมาตรา 14 (6) เขียนไว้ว่าใครก็ตามที่ถูกตัดสินโดยศาลถึงที่สุดแล้ว และภายหลังจากนั้นมีการกลับคำพิพากษาและหรือได้รับอภัยโทษ (pardon) โดยปรากฎว่าค้นพบใหม่ ทำให้เกิดข้อผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม คนคนนั้นจะได้รับการเยียวยา จะต้องเยียวยาไม่ว่าจะรื้อฟื้นคดี หรือได้รับอภัยโทษด้วยเหตุผลของ miscarriage of justice… Continue reading บรรยายเรื่อง หลักการ การรื้อฟื้นคดีอาญา ระดับสากลและประเทศฝรั่งเศส โดยดร. ปกป้อง ศรีสนิท

martial law, National Security Laws

10 ปี กฎอัยการศึก ประสบการณ์จากไฟใต้ ถึงประเทศไทยวันนี้

พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ 10 ปี กฎอัยการศึก ประสบการณ์จากไฟใต้ ถึงประเทศไทยวันนี้ วันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2557 เวลา 23:35:01 น. วจนา วรรลยางกูร - เรื่อง ธนศักดิ์ ธรรมบุตร - ภาพ ความโปร่งใสในกระบวนการยุติธรรมไทยกลับมาเป็นประเด็นในสังคมบ่อยครั้ง เมื่อเกิดข้อกังขาในทิศทางการสอบสวนจากคดีที่เป็นที่สนใจของประชาชน จนถึงข่าวคราวเรื่องการจับแพะ การซ้อมทรมานผู้ต้องหาที่ผิดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างชัดเจน แต่สุดท้ายก็ไม่สามารถหาคนกระทำได้เนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ความขุ่นมัวขาดความชัดเจนนี้เองที่จะทำให้ความไว้วางใจของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมถูกบั่นทอน แต่ก็ยังมีหลายองค์กรที่เข้ามาตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหาที่อาจกลายเป็นเหยื่อในกระบวนการยุติธรรมได้ แม้บางครั้งผู้ทำหน้าที่นี้จะถูกกล่าวหาว่าเป็นทนายโจรหรือช่วยคนทำความผิดก็ตาม พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ก็ต้องเผชิญสถานการณ์นี้เช่นเดียวกับนักสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ซ้ำยังถูกฟ้องหมิ่นประมาทจากหน่วยงานภาครัฐเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ กรณีออกจดหมายเปิดผนึกในนามของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ให้สอบสวนข้อกล่าวหาว่ามีการทำร้ายผู้ถูกควบคุมตัวในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งโจทย์ให้นักสิทธิมนุษยชนต้องคำนึงเรื่องขอบเขต ความปลอดภัยและวิธีการทำงาน จนถึงการปฏิบัติของภาครัฐที่หันมาโต้ตอบข้อกล่าวหาด้วยวิธีดังกล่าว ประสบการณ์ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนในมูลนิธิผสานวัฒนธรรม โดยเฉพาะคดีในพื้นที่ความขัดแย้งชายแดนใต้ที่ประกาศใช้กฎอัยการศึกมาแล้ว 10 ปี จะเป็นบทเรียนอะไรแก่วันที่มีกฎอัยการศึกครอบคลุมทั่วประเทศและยังไม่มีวี่แววว่าจะยกเลิก ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายพิเศษต้องมีความเข้าใจจากเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน มิเช่นนั้นมีแต่จะสร้างความขัดแย้งร้าวลึกระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและประชาชนที่ต้องการความยุติธรรม ความโปร่งใสเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนร้องหา และนั่นคือบทบาทที่นักสิทธิมนุษยชนจะเดินเข้ามาช่วยคลำทางหาความกระจ่าง @ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศส่งผลต่อการทำงานของนักสิทธิมนุษยชนไหม? มากเลยทีเดียว (หัวเราะ)… Continue reading 10 ปี กฎอัยการศึก ประสบการณ์จากไฟใต้ ถึงประเทศไทยวันนี้