martial law

บทความ: นักกิจกรรม,กิจกรรมและพื้นที่ยืนในจังหวัดชายแดนใต้โดยพรเพ็ญ_คงขจรเกียรติ

บทความ : นักกิจกรรม กิจกรรมและพื้นที่ยืนในจังหวัดชายแดนใต้ โดย พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ   คงต้องขอขอบคุณนักกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดยะลา โดยเฉพาะเครือข่ายสิทธิมนุษยชนที่ใช้ชื่อว่า HAP เจ้าของโครงการ ด้วยความร่วมมือกับ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม,กลุ่มด้วยใจ จ. สงขลา, เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ จชต., เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี และเครือข่ายเยาวชน PERMAS และ PERWANI ที่ร่วมกับองค์กรสิทธิมนุษยชนอย่างองค์กรแอนเนสตี้ อินเตอร์เนชั่ลแนล และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จัดกิจกรรมด้านสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ประกาศกฎอัยการศึก โดยเป็นการจัดงานวันสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบจากการทรมานในวันที่ 26 มิถุนายน 2557 ที่อาคารกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฎ จังหวัดยะลาให้ได้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี กิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมประจำปีที่องค์กรสิทธิมนุษยชนทั่วโลกจัดกันทุกปีเพื่อให้กำลังใจกับผู้ได้รับผลกระทบจากการทรมาน ในสถานการณ์ความขัดแย้งพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เราได้จัดงานลักษณะนี้มาแล้วหลายสองปีติดต่อกัน จากตัวเลขของศูนย์ทนายความมุสลิมมีสถิติข้อร้องเรียนเรื่องการทรมานและปฏิบัติอย่างไร้มนุษยธรรมตั้งแต่ปี 2550 ถึงเดือนมิถุนายน 2557 จำนวนทั้งสิ้น 364 กรณี และจากการเก็บข้อมูลของกลุ่มด้วยใจ เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปัตตานี และมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ผ่านโครงการกองทุนสนับสนุนผู้ได้รับผลกระทบจากการทรมานขององค์กรสหประชาชาติ (UN Voluntary Fund for Torture Victims) เก็บข้อมูลเป็นระยะเวลาสองปีจำนวน 92… Continue reading บทความ: นักกิจกรรม,กิจกรรมและพื้นที่ยืนในจังหวัดชายแดนใต้โดยพรเพ็ญ_คงขจรเกียรติ

Advertisements
martial law

รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย 1 เดือนหลังการรัฐประหาร 2557 โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย 1 เดือนหลังการรัฐประหาร 2557 แนะนำศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนเป็นการรวมตัวของกลุ่มทนายความ นักกฎหมายสิทธิมนุษยชน และนักกิจกรรมทางสังคม เพื่อให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ​จากการติดตามสถานการณ์และรวบรวมข้อมูลของศูนย์ฯ พบว่า ในระยะ 1 เดือนหลังการรัฐประหาร มีประเด็นเกี่ยวข้องกับผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชนที่สำคัญ ดังนี้ ประกาศ/คำสั่งของ คสช. นับตั้งแต่ คสช ทำการรัฐประหาร (จนถึงวันที่ 20 มิ.ย.) ได้มีการออกประกาศและคำสั่ง รวม 70 ฉบับ โดยมีฉบับที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนที่สำคัญๆ คือ 1. ประกาศ คสช. ฉบับที่ 2/2557 การประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร 2. ประกาศ คสช. ฉบับที่ 7/2557 ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกินกว่า 5 คน และกำหนดโทษผู้ที่ฝ่าฝืนจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3. มีคำสั่ง คสช.… Continue reading รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย 1 เดือนหลังการรัฐประหาร 2557 โดยศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน

martial law

Human Rights Situation Report : One month after the 2014 coup by Thai lawyers for Human Rights

English version is available ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน Thai Lawyers for Human Rights โทร(Tel) : 096-7893172 หรือ 096-7893173 e-mail: tlhr2014@gmail.com Human Rights Situation Report : One month after the 2014 coup Introduction to the Thai Lawyers for Human Rights The Thai Lawyers for Human Rights is a group of human rights attorneys and lawyers and social activists which… Continue reading Human Rights Situation Report : One month after the 2014 coup by Thai lawyers for Human Rights

martial law

THAILAND: The Council must declare the coup illegal- AHRC oral statement at UN HR council 23june 2014

Date: June 23, 2014 Document id: ALRC-COS-26-21-2014 HRC section: Item 4, General Debate Speaker: Mr.MOON Jeong Ho Oral Statement to the 26th Session of the UN Human Rights Council by the Asian Legal Resource Centre (ALRC), NGO with general consultative status and Lawyers Rights Watch Canada, NGO with special consultative status THAILAND: The Council must… Continue reading THAILAND: The Council must declare the coup illegal- AHRC oral statement at UN HR council 23june 2014

martial law

บทความ: การรัฐประหารกับความมุ่งมั่นในสันติวิธีโดย โคทม อารียา -ครบรอบหนึ่งเดือนรัฐประหาร2014

การรัฐประหารกับความมุ่งมั่นในสันติวิธี โคทม อารียา ลักษณะเฉพาะลักษณะหนึ่งของประชาธิปไตยคือความสามารถในการแก้ไขความขัดแย้งด้วยสันติวิธี ประชาธิปไตยหมายถึงการใช้ความชอบธรรมเป็นเกณฑ์ตัดสินไม่ใช่ใช้กำลังในความหมายนี้ จึงอาจกล่าวได้ว่าการรัฐประหารเกิดขึ้นเพราะความล้มเหลวของประชาธิปไตย อย่างไรก็ดี ทั้งรัฐประหารและประชาธิปไตยต่างก็มีแรงขับเคลื่อนด้วยตัวมันเอง และอาจกล่าวในทำนองกลับกันได้ว่า รัฐประหารจะถดถอยไปด้วยความสำเร็จของประชาธิปไตย บทความนี้พยายามวิเคราะห์พลวัตของรัฐประหารและประชาธิปไตยไทย ด้วยหวังให้เกิดความเข้าใจเพิ่มมากขึ้นในเรื่องความขัดแย้งตลอดจนแรงขับเคลื่อนและตัวละครต่าง ๆ อีกทั้งยังหวังจะช่วยให้ผู้ใช้สันติวิธีเข้าใจตนเองและผู้อื่นได้มากขึ้น โดยจะเริ่มต้นจากเหตุการณ์รัฐประหารเหตุการณ์ในปี 2519ที่มีความคล้ายคลึงแม้ไม่เหมือนกันทีเดียวกับเหตุการณ์ในปี 2557 ความคล้ายและความต่างระหว่างการรัฐประหารครั้งนี้กับเมื่อ 38 ปีก่อน คณะรัฐประหารเมื่อวันที่ 6 ตุลา 2519 อ้างความชอบธรรมจากการต่อต้านคอมมิวนิสต์ และการยับยั้งขบวนการนักศึกษาซึ่งตนกล่าวหาว่าถูกแทรกแซงโดยพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.)ในครั้งนั้น ได้มีการจัดตั้งรัฐบาลขึ้นทันที โดยมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2519 และแต่งตั้งประธานและรองประธานสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดินเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2519 หมายความว่าคณะรัฐประหารไม่รวบอำนาจไว้ที่ตน หากจัดให้มีผู้ใช้อำนาจบริหารและนิติบัญญัติที่แยกต่างหากขึ้นโดยเร็วสถานการณ์ในครั้งนั้นมีความล่อแหลมพอสมควร เนื่องจาก พคท. ถือคติว่าอำนาจรัฐมาจากปากกระบอกปืน และใช้อาวุธต่อสู้กับรัฐบาลซึ่งมีกองทัพหนุนอยู่อย่างเต็มที่สิ่งที่แตกต่างระหว่างการรัฐประหารทั้งสองครั้ง คือในครั้งนี้คณะรัฐประหารไม่รีบกระจายอำนาจออกไป หากประกาศว่าจะรวบอำนาจไว้หลายเดือน การรัฐประหารทั้งสองครั้งมีความเหมือนกันในเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในครั้งนั้นมีนักศึกษาถูกคุมขังประมาณ 3000 คน โดยถูกดำเนินคดีอยู่เกือบ 2 ปี ตอนนั้น หลายคนมีความระทึกใจและคอยตามข่าวว่า นอกจากนักศึกษาที่ถูกจับในวันที่ 6… Continue reading บทความ: การรัฐประหารกับความมุ่งมั่นในสันติวิธีโดย โคทม อารียา -ครบรอบหนึ่งเดือนรัฐประหาร2014