UCL 13_ 2014 Press conference_ CAT- English
ที่ สสส 13 2014 แถลงรายงาน CAT- sent
เชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าว รายงานฉบับแรกของไทยตาม อนุสัญญาต่อต้านการทรมาน(CAT)
การประชุม: สรุปข้อสังเกตคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน (23 พฤษภาคม 2557)
เนื่องด้วย ในช่วงสามวันระหว่าง 29 เมษายน – 1 พฤษภาคม 2557ม ตัวแทนของรัฐบาลไทยเสนอรายงานการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานเป็นฉบับแรกต่อคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน สำนักงานข้าหลวงใหญ่ด้านสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNOHCHR) ณ กรุงเจนีวา ซึ่งไทยให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาฉบับนี้เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม และมีผลบังคับใช้ 1 พฤศจิกายน 2550 เป็นต้นมา
ช่วงที่ไทยให้สัตยาบันรับรองอนุสัญญาฉบับนี้ นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญด้านสิทธิมนุษยชนของราชอาณาจักรแห่งนี้ ไทยยังคงมีชื่อเสียงในฐานะมีการปฏิบัติมิชอบด้านสิทธิมนุษยชนร้ายแรงสุดสามประการ ทั้งการใช้โทษประหาร การเอาคนลงเป็นทาส และการซ้อมทรมาน คณะกรรมการต่อต้านการทรมาน (CAT) ประกอบด้วยผู้ชำนาญการอิสระ 10 ท่าน ซึ่งคอยตรวจสอบการปฏิบัติตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ของรัฐภาคี ซึ่งจำเป็นต้องส่งมอบรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับผลสัมฤทธิ์ของการปฏิบัติตามอนุสัญญาภายในหนึ่งปี นับแต่อนุสัญญามีผลบังคับใช้ การส่งมอบรายงานครั้งแรกถือเป็นการปฏิบัติที่มีเกียรติ เป็นโอกาสให้รัฐแสดงเหตุผลว่าเหตุใดจึงปฏิเสธไม่ให้มีการซ้อมทรมานต่อหน้าคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน แต่ถือว่าไทยส่งรายงานช้าไปห้าปี โดยในครั้งนี้มีตัวแทน 23 ท่านของรัฐบาลไทยที่เข้าเสนอรายงาน และมีการขอให้อธิบายว่าเหตุใดจึงมีความล่าช้าอย่างมากในการส่งรายงาน คณะผู้แทนของไทยประกอบด้วย พ.ต.อ.ดร. ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทย นักการทูตสี่ท่าน นักวิชาการอาวุโสสองท่านและผู้ช่วยหนึ่งท่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจอาวุโสสามท่าน ผู้แทนทหารหนึ่งท่านจากกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค 4 ส่วนหน้า และตัวแทน 11 ท่านจากกระทรวงต่าง ๆ ในปี 2557 หนึ่งในสองประเทศทั่วโลกยังคงมีการซ้อมทรมาน และไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศเผด็จการ แต่รวมถึงประเทศที่เป็นประชาธิปไตยด้วย การซ้อมทรมานและการป้องกันไม่ใช่ประเด็นทางการเมือง แต่เป็นการปฏิบัติมิชอบต่อสิทธิขั้นพื้นฐานสุดของพลเรือน เป็นสิทธิที่ไม่อาจละเมิดและละทิ้งได้ ไม่ว่าจะด้วยแรงจูงใจหรือพฤติการณ์อย่างใด
ในข้อสังเกตลงวันที่ 23 พฤษภาคม คณะกรรมการแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อการประกาศกฎอัยการศึก และเรียกร้องให้รัฐภาคีแห่งนี้ยึดมั่นในข้อห้ามอย่างเบ็ดเสร็จต่อการซ้อมทรมาน และประกันว่าการนำกฎอัยการศึกมาใช้ จะไม่นำไปสู่การละเมิดสิทธิใด ๆ ที่มีการรับรองในอนุสัญญาฉบับนี้
หลังจากการแสดงข้อกังวลของคณะกรรมการและความรู้สึกรับผิดชอบของบรรดาผู้เข้าร่วมประชุมในการเสนอรายงานฉบับแรกของรัฐบาลไทย องค์กรภาคประชาสังคมต่อไปนี้จะได้เสนอข้อสังเกตเชิงสรุปของคณะกรรมการต่อต้านการทรมานฉบับแปลเป็นไทย เรายังได้รับแรงกดดันจากความเร่งด่วน เนื่องจากการส่งมอบรายงานฉบับแรกล่าช้าอย่างมาก ในระหว่างที่มีความล่าช้าถึงห้าปี ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่ถูกซ้อมทรมาน? นอกจากนั้น มีหลักฐานชี้ว่าการใช้กำลัง การจับกุมผู้บริสุทธิ์ และการซ้อมทรมานเพื่อบังคับให้รับสารภาพในจังหวัดชายแดนใต้ ส่งผลให้ความรุนแรงเพิ่มขึ้นมากมาย (“South chaos hits new low”, Bangkok Post, 30 พฤษภาคม 2557) ปัญหาเหล่านี้เป็นประเด็นหลักที่มีการนำเสนอในรายงานข้อสังเกตเชิงสรุปของคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน เราจะนำเสนอบทแปลข้อสังเกตเชิงสรุปนี้ เพื่อเป็นแนวทางชี้ให้เห็นความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องปฏิรูปและสนับสนุนข้อเสนอแนะให้มีการกระจายอำนาจการบริหารเพื่อแก้ไขวิกฤตครั้งนี้
จึงใคร่ขอเรียนเชิญสื่อมวลทำข่าวและ ร่วมรับฟังการนำเสนอรายงานดังกล่าว ในอังคารที่ 3 มิถุนายน 2557 เวลา 14.00-15.30 น.สำนักกลางนักเรียนคริสเตียน(สนค.) เชิงสะพานหัวช้าง กรุงเทพมหานคร
ผู้นำเสนอรายงาน
1. อังคณา นีละไพจิตร มูลนิธิยุติธรรมเพื่อสันติภาพ
2. พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม
3. คิงสลีย์ แอ๊บบอต คณะกรรมการนิติสาสตร์สากล
4. แดนทอง บรีน, สมาคมสิทธิเสรีภาพของประชาชน (สสส.)

เอกสารประกอบ สรุปข้อสังเกตคณะกรรมการต่อต้านการทรมาน (23 พฤษภาคม 2557)
ติดต่อประสานงานและสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม
โทร 02 2754231-2 Email:uclthailand@gmail.com

Advertisements