ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557

เรื่อง การควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ

ตามสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เขตปริมณฑล และพื้นที่ต่างๆ ของประเทศหลายๆ พื้นที่ เป็นผลให้ประชาชนผู้บริสุทธิ์เสียชีวิต ได้รับบาดเจ็บ และเกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง และเหตุการณ์ดังกล่าวมีแนวโน้มขยายตัว จนอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงที่จะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนโดยรวมนั้น


เพื่อให้สถานการณ์ดังกล่าวกลับเข้าสู่สภาวะปกติโดยเร็ว ประชาชนในชาติเกิดความรัก ความสามัคคี เช่นเดียวกับห้วงที่ผ่านมา ตลอดจนเพื่อเป็นการปฏิรูปโครงสร้างทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และอื่นๆ เพื่อให้เกิดความชอบธรรมกับทั่วทุกฝ่าย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งประกอบด้วย กองทัพบก กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพเรือ กองทัพอากาศ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงมีความจำเป็นต้องเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557 เวลา 16.30 เป็นต้นไป

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนทุกคนอยู่ในความสงบ ดำเนินวิถีชีวิตและประกอบอาชีพต่อไปตามปกติ ให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรม ปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบแบบแผนของทางราชการดังที่เคยปฏิบัติ


สำหรับข้าราชการทหาร ตำรวจ อาสาสมัคร และเจ้าหน้าที่ส่วนราชการต่างๆ ที่มีอาวุธเพื่อใช้ในราชการของหน่วย ห้ามเคลื่อนย้ายกำลังและอาวุธโดยเด็ดขาด เว้นแต่จะได้รับคำสั่งจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ แต่เพียงผู้เดียว


สำหรับคณะทูตานุทูต สถานกงสุล องค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งชาวต่างประเทศที่พำนักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรไทย คณะรักษาความสงบแห่งชาติจะได้ให้ความคุ้มครอง และขอยืนยันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รวมทั้งความสัมพันธ์ระหว่างราชอาณาจักรไทย กับองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ยังเป็นไปตามปกติ ตามที่รัฐบาลชุดเดิมดำเนินการไว้ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะยึดมั่นในความจงรักภักดี และจะปกป้องเทิดทูนดำรงรักษาไว้ ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นศูนย์รวมจิตใจประชาชนชาวไทย และทรงอยู่เหนือความขัดแย้งทั้งปวง


ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 2-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 2/2557

เรื่องการประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วราชอาณาจักร
ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ยึดอำนาจการปกครอง ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และนำความสงบสุขกลับคืนสู่ประชาชนทุกกลุ่ม ทุกฝ่ายโดยเร็ว จึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 ประกาศใช้กฎอัยการศึก ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557 เวลา 16.30 น. เป็นต้นไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง


ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 3-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557

เรื่องห้ามออกนอกเคหะสถาน ห้ามมิให้บุคคลใดออกนอกเคหะสถาน
ตามที่คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ได้ยึดอำนาจการปกครองตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น. อาศัยตามความแห่งมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จึงกำหนดมาตรการดังนี้


1. ห้ามมิให้บุคคลใดทั่วราชอาณาจักรออกนอกเคหะสถานภายในเวลา 22.00 น.- 05.00 ตั้งแต่ 22 พ.ค.2557 เป็นต้นไป เว้นแต่ได้รับอนุญาต จากพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อไม่ให้มีการปฏิบัติที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน เกินสมควรแก่เหตุ
2. ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึกษา พ.ศ 2457 เข้าปฏิบัติหน้าที่ในเขตพื้นที่ และระยะเวลาที่กำหนดได้
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง


ประกาศ ณ วันที่ 22 พ.ค.2557

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 4-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 4/2557

เรื่องการถ่ายทอดออกอากาศของสถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์ และสถานีวิทยุชุมชน
เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง สามารถติดต่อสื่อสารระหว่างส่วนกลางและส่วนภูมิภาคได้อย่างต่อเนื่อง ทันต่อสถานการณ์ อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 10 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ.2457 จึงให้สถานีวิทยุกระจายเสียง สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียง สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ล ดำเนินการ ดังนี้


1. ให้สถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของราชการและเอกชน งดรายการประจำสถานี และให้ถ่ายทอดกระจายเสียงจากสถานีวิทยุกระจายเสียงของกองทัพบก

2. ให้สถานีวิทยุโทรทัศน์กระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของทางราชการและเอกชน งดรายการประจำของสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

3. ให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ลทุกสถานี งดรายการประจำของสถานี และให้ถ่ายทอดออกรายการจากสถานีวิทยุโทรทัศน์กองทัพบก

ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง


ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 5-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557
เรื่องการสิ้นสุดชั่วคราวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ประกาศยึดอำนาจการปกครองประเทศตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.30 น.แล้วนั้น เพื่อให้การบริหารราชการภายในราชอาณาจักรเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้ดำเนินการดังนี้

1.รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 สิ้นสุดลงชั่วคราว ยกเว้นหมวด 2 ในส่วนของพระมหากษัตริย์
2.ให้คณะรัฐมนตรีรักษาการ สิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่
3.วุฒิสภายังคงปฏิบัติหน้าที่ตามจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันที่ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้
4. ศาลทั้งหลายคงมีอำนาจดำเนินการพิจารณา และพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
5.องค์กรอิสระ และองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 ยังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557


พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 6 –
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 6/2557
เรื่อง แต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งสำคัญ ในคณะรักษาความสงบแแห่งชาติ
เพื่อให้การบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาความไม่สงบเรียบร้อยภายในประเทศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงแต่งตั้งบุคคลดำรงตำแหน่ง ในคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ดังนี้


1. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

2. พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

3. พลเรือเอกณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

4. พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

5. พลตำรวจเอกอดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นรองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

6. พลเอกอุดมเดช สีตบุตร รองผู้บัญชาการทหารบก เป็นเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557


พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 7-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 7/2557

เรื่องห้ามชุมนุมการทางเมือง
เพื่อให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 8 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 จึงห้ามมิให้มั่วสุมหรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใดๆ ที่มีจำนวนตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป หากผู้ใดฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ชุมนุมทางการเมืองอยู่ในปัจจุบัน ให้เดินทางกลับภูมิลำเนา ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป


ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 8-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 8/2557
เรื่อง ข้อยกเว้นการห้ามออกเคหสถาน
ตามที่ได้มีการประกาศห้ามบุคคลชออกนอกเคหสถาน ตามประกาศฉบับ 3/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อการประกอบอาชีพในห้วงเวลาที่ห้ามออกนอกเคหสถาน จึงให้ยกเว้นบุคคลดังต่อไปนี้
1.ผู้ที่จะเดินทางเข้าออกประเทศ
2.เจ้าหน้าที่หรือพนักงานปฏิบัติที่ต้องปฏิบัติงาน หรือทำงานในสถานที่ประกอบที่ต้องปฏิบัติงาน เป็นห้วงเวลา อาทิ โรงงานอุตสาหกรรม โรงพยาบาล ธุรกิจการบิน เป็นต้น
3.การเดินทางขนส่งสินค้า หรือของกิจการห้องเย็น การนำเข้า ส่งออกสินค้าที่มีอายุจำกัด และอาจเกิดเสียหาย
4.ผู้มีกิจธุระจำเป็น เช่น ผู้ป่วยต้องเดินทางไปโรงพยาบาล
5.ผู้ที่มีกิจธุระจำเป็นอื่น ๆ ขออนุญาติเจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่นั้น ๆ
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
 หัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 9-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 9/2557
เรื่อง ให้สถานศึกษาหยุดทำการ
เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันส่งผลให้สภาวะการณ์กลับปกติโดยเร็ว อาศัยตามความในมาตรา 6 และมาตรา 11 แห่งพ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457
จึงให้สถานศึกษาทุกแห่งทั้งของรัฐ และเอกชน หยุดทำการตั้งแต่วันที่ 23 – 25 พฤษภาคม 2557
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา 
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
-ฉบับที่ 10-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 10/2557
เรื่อง ให้อำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี (เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ)
โดยที่มีกฎหมายบางฉบับได้บัญญัติไว้ถึงอำนาจของนายกรัฐมนตรีในอันที่จะปฏิบัติตามกฎหมายไว้เเละเพื่อประโยชน์เเห่งการปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าว หัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติ จึงมีคำสั่งดังต่อไปนี้
ในระหว่างที่ยังไม่มีผู้ใดดำรงตำเเหน่งนายกรัฐมนตรี ให้บรรดาอำนาจหน้าที่ที่กฎหมายบัญญัติไว้ว่า เป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีให้เป็นอำนาจหน้าที่ของหัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติหรือผู้ที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบเเห่งชาติมอบหมาย
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พล อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
-ฉบับที่ 11-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 11/2557
เรื่อง การสิ้นสุดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
เพื่อความสงบเรียบร้อยในการปกครองประเทศ จึงให้ยกเลิกการประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 5/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เรื่อง การสิ้นสุดชั่วคราวของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ข้อความตามประกาศฉบับนี้
1. รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 สิ้นสุดลง ยกเว้นหมวด 2
2. คณะรัฐมนตรีรักษาการสิ้นสุดลง
3. วุฒิสภา ยังคงปฏิบัติหน้าที่ตามจำนวนสมาชิกวุฒิสภาที่มีอยู่ ณ วันทีประกาศฉบับนี้ มีผลบังคับใช้
4. ศาลทั้งหลาย คงมีอำนาจดำเนินการพิจารณาและพิพากษาอรรถคดีตามบทกฎหมาย และประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
5. องค์กรอิสระ และองค์กรอื่น ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 บังคงปฏิบัติหน้าที่ต่อไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
-ฉบับที่ 12-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 12/2557
เรื่อง ขอความร่วมมือจากสื่อสังคมออนไลน์
เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และสถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัว จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ในการนำความสงบสุขคืนสู่สังคมโดยเร็ว จึงขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับสื่อสังคมออนไลน์ ระงับการให้บริการในการส่งข้อความเชิงปลุกระดม ยั่วยุ สร้างความรุนแรง ความไม่น่าเชื่อถือและไม่เคารพกฎหมาย ตลอดจนการต่อต้านการปฏิบัติงาน คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ทั้งนี้หากยังคงมีการดำเนินการอยู่ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะระงับการให้บริการโดยทันที รวมทั้งเรียกตัวผู้กระทำผิด มาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
-ฉบับที่ 13-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 13/2557
เรื่อง ขอให้บุคคลสำคัญรายงานตัว
เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลเข้ารายงานตัว ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.30 ดังนี้
1. หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ระดับปลัดกระทรวงหรือเทียบเท่าขึ้นไป ผู้ว่าราชการจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานอิสระ สหภาพ สภาอุตสาหกรรม สมาคมธนาคาร และหอการค้า ที่มีที่ตั้งสำนักงานในพื้นที่ภาคกลาง รายงานตัว ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
2. ผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รายงานตัว ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี อ.เมือง จ.นครราชสีมา
3. ผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่นภาคเหนือ รายงานตัว ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 3 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ.พิษณุโลก
4. ผู้ว่าราชการจังหวัด ในพื้นที่นภาคใต้ รายงานตัว ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ 4 ค่ายวชิราวุธ อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
-ฉบับที่ 14-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 14/2557
เรื่อง ห้ามสร้างความขัดแย้งหรือต่อต้านการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ จึงให้บุคคลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ดังนี้
1. ห้ามเจ้าของกิจการสื่อสิ่งพิมพ์และรายการวิทยุโทรทัศน์ทุกประเภท บรรณาธิการ พิธีกรและสื่อมวลชน เชิฯญบุคคลหรือกลุ่มบุคคล ที่มิได้ดำรงตำแหน่งราชการในปัจจุบันทั้งในส่วนของข้าราชการและนักวิชาการ รวมทั้งอดีตผู้ปฏิบัติงานในศาลและกระบวนการยุติธรรม ตลอดจนองค์กรอิสระ ให้สัมภาษณ์หรือแสดงความคิดเห็น ในลักษณะที่อาจก่อให้เกิดการขยายความขัดแย้ง บิดเบือน และสร้างความสับสนให้กับสังคม รวมทั้งอาจนำไปสู่การใช้ความรุนแรงโดยเด็ดขาด ทั้งนี้หากฝ่าฝืน จะถูกเรียกตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ตลอดจนระงับการจำหน่ายจ่ายแจกสื่อสิ่งพิมพ์และการออกอากาศของรายการดังกล่าวโดยทันที
2. ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ตลอดจนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ระงับการชุมนุมหรือกิจกรรมที่ต่อต้านการปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในโอกาสแรก ทั้งนี้หากเกินขีดความสามารถให้รายงานให้ผู้บังคับหน่วยงานทหารในพื้นที่ใกล้เคียงทราบเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
-ฉบับที่ 15-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 15/2557
เรื่อง ขอให้ระงับการถ่าบทอดออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิตอล และสถานีวิทยุชุมชน
เพื่อให้เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อย จึงให้สถานีโทรทัศน์ดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ ระบบดิจิตอล และสถานีวิทยุชุมชน ระงับการถ่ายทอดออกอากาศทันที ดังนี้
1. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอ็มวี 5
2. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีเอ็นเอ็น
3. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมยูดีดี
4. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเชียอัพเดท
5. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพีแอนด์พี
6. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมโฟร์แชนแนล
7. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมบลูสกาย
8. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอฟเอ็มทีวี
9. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมทีนิวส์
10. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเอเอสทีวี
11. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมฮ็อตทีวี
12. สถานีโทรทัศน์ว๊อยซ์ทีวี
13. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเร็สคิ้ว
14. สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.)
15. สถานีวิทยุชุมชน ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายที่กำหนด
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ
-ฉบับที่ 16-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 16/2557
เรื่อง ให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการเเทนรัฐมนตรีเป็นการชั่วคราว
ตามที่คณะรักษาความสงบเเห่งชาติ (คสช.) ได้เข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศตามประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยเเห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 ตั้งเเต่วันที่ 22 พฤษภาคม 2557 เเล้วนั้น
เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบเเห่งชาติเป็นไปด้วยความเรียบร้อยเเละเกิดความต่อเนื่องในการปฏิบัติ จึงกำหนดให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติราชการเเทนรัฐมนตรีในเเต่ละกระทรวงเป็นการชั่วคราวจนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนเเปลง
ทั้งนี้ ตั้งเเต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม 2557
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ

-ฉบับที่ 17-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 17/2557
เรื่อง เรื่องการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ต
เพื่อให้การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางอินเทอร์เน็ตทุกประเภท ไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือนอันก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดความขัดแย้ง ความไม่สงบภายในราชอาณาจักร จึงให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตทุกรายดำเนินการ ดังต่อไปนี้
1.ติดตาม ตรวจสอบและระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใด ๆ ที่มีการบิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น อันจะก่อให้เกิดความไม่สงบเรียบร้อยภายในราชอาณาจักร หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน
2.ให้มารายงานตัว ณ หอประชุมชั้น 2 สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ถนนพหลโยธิน แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ในวันที่ 23 พ.ค. 2557 เวลา 10.30น.
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พุทธศักราช 2557
พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 18-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 18/2557
เรื่อง การเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารต่อสาธารณะ
เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จึงให้ผู้ประกอบกิจการและผู้ให้บริการด้านสื่อมวลชนทุกประเภท ทั้งสถานีวิทยุกระจายเสียงทุกสถานี ทั้งที่เป็นของราชการและเอกชน สถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม เคเบิล โทรทัศน์ระบบดิจิตอลและโทรทัศน์อินเทอร์เน็ตทุกสถานี หนังสือพิมพ์ วารสาร หรือสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆรวมทั้งให้ผู้บริการด้านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภทอันรวมถึงการสื่อสารทางสังคมสื่อออนไลน์ งดเว้นการนำเสนอข้อมูลข่าวสารในลักษณะ ดังต่อไปนี้
1.ข้อความอันเป็นเท็จ หรือที่ส่อไปในทางหมิ่นประมาท หรือสร้างความเกลียดชัง ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ องค์รัชทายาท และพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์
2.ข่าวสารที่จะเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติ รวมทั้งหมิ่นประมาทบุคคลอื่น
3.การวิพากษ์ วิจารณ์การปฏิบัติงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เจ้าหน้าที่ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และบุคคลที่เกี่ยวข้อง
4.ข้อมูลเสียง ภาพวีดิทัศน์ ความลับของการปฏิบัติของหน่วยราชการต่างๆ
5.ข้อมูลข่าวสารที่ส่อให้เกิดความสับสน ยั่วยุ ปลุกปั่นให้เกิดความขัดแย้ง หรือสร้างให้เกิดความแตกแยกในราชอาณาจักร
6.การชักชวน ซ่องสุม ให้มีการรวมกลุ่มก่อการอันเกิดการต่อต้านเจ้าหน้าที่และบุคคลที่เกี่ยวข้องของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
7.การขู่จะประทุษร้ายหรือทำร้ายบุคคล อันนำไปสู่ความตื่นตระหนก หวาดกลัวแก่ประชาชน
สื่อดังกล่าวข้างต้นมีหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ตามที่ได้รับแจ้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 19-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 19/2557
เรื่อง ให้บุคคลสำคัญมารายงานตัวเพิ่มเติม
เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขปัญหาบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้หัวหน้าส่วนราชการและหน่วยงานรัฐวิสาหกิจตั้งแต่ระดับอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป เข้ามารายงานตัว ในวันที่ 23 พ.ค.2557 เวลา 13.30น. ณ สโมสกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
-ฉบับที่ 20-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 20/2557
เรื่อง เชิญคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร เข้าร่วมประชุม
เพื่อดำรงไว้ซึ่งความสัมพันธ์อันดีระหว่างราชอาณาจักรไทยกับมิตรประเทศ ตลอดจนเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้องตรงกันต่อการดำเนินงานของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในการรักษาความสงบ และการแก้ไขปัญหาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร จึงขอเรียนเชิญคณะทูตานุทูต ผู้แทนองค์การระหว่างประเทศ และผู้ช่วยทูตฝ่ายทหารทุกเหล่าทัพ ที่ประจำประเทศไทย เข้าร่วมประชุมรับฟังการชี้แจงจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 16.00 ณ สโมสรกองทัพบก ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร
ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2557
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบ
-ฉบับที่ 21-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 21/2557
เรื่อง ห้ามบุคคลเดินทางออกนอกราชอาณาจักร
ตามที่ได้มีคำสั่งให้บุคคลเจ้ารายงานตัว ณ หอประชุมกองทัพบก เทเวศร์ ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 เวลา 10.00 ตามคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557 ฉบับที่ 2/2557 ลงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 และฉบับที่ 3/2557 ลงวันที่ 23 พฤษภาคม 2557 รวมจำนวน 1551 รายนั้น เพื่อให้การรักษาความสงบและการแก้ไขสถานการณ์ปัญหาความขัดแย้งของบ้านเมือง เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงห้ามบุคคลตามคำสั่งดังกล่าว เดินทางออกนอกราชอาณาจักร เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ สำหรับบุคคลทีี่ไม่เข้ารายงานตัวตามคำสั่งจะถูกติดตามจับกุมและดำเนินคดี
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2557
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบ
-ฉบับที่ 22-
ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 22/2557
เรื่อง การจัดส่วนงาน การกำหนดอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
เพื่อให้การบริหารราชการของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด จึงกำหนดส่วนงาน อำนาจหน้าที่ และความรับผิดชอบ ดังนี้
1. การจัดส่วนงาน แบ่งเป็น 3 ระดับ คือ
1.1 ระดับนโยบาย : ได้แก่
1.1.1 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกอบด้วย หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ,รองหัวหน้าคณะฯ 4 ท่าน และเลขาธิการฯ 1 ท่าน
1.1.2 คณะที่ปรึกษาและประสานงานด้านความมั่นคง
1.2 ระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ : ได้แก่
1.2.1 ฝ่ายความมั่นคง
1.2.2 ฝ่ายเศรษฐกิจ
1.2.3 ฝ่ายสังคมจิตวิทยา
1.2.4 ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
1.2.5 ฝ่ายกิจการพิเศษ
1.2.6 ส่วนงานขึ้นตรง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
1.3 ระดับปฏิบัติ : ได้แก่ ส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประกอบด้วย
1.3.1 กระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการที่ขึ้นตรงต่อ หัวหน้าคณะฯ
1.3.2 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย
2. อำนาจหน้าที่ ให้แต่ละส่วน มีหน้าที่ดังนี้
2.1 ระดับนโยบาย
2.1.1 คณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีหน้าที่ กำหนดนโยบายการบริหารราชการแผ่นดิน ทั้งนโยบายเฉพาะหน้า และนโยบายระยะยาว เพื่อให้ส่วนงานระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ และระดับปฏิบัตินำไปดำเนินการให้เป็นไปตามนโยบายที่กำหนดไว้
2.1.2 คณะที่ปรึกษาและประสานงานด้านความมั่นคง มีหน้าที่ให้คำแนะนำต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติร้องขอ หรือที่ริเริ่มขึ้นเอง
2.2 ระดับแปลงนโยบายไปสู่การปฏิบัติ มีหน้าที่ อำนวยการ ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติราชการของกระทรวง ทบวง กรม ส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้องตามความรับผิดชอบ ให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนด
2.3 ระดับปฏิบัติ มีหน้าที่ ปฏิบัติราชการ ตามนโยบายที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติกำหนด
3. การแบ่งมอบความรับผิดชอบ
3.1 สำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ : มี พลเอก อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิกาคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด รับผิดชอบหน่วยงาน/ส่วนราชการ ที่ขึ้นตรงต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และหน่วยงาน/ส่วนราชการที่มิได้กำหนดไว้ในประกาศฉบับนี้ รวมทั้งกำกับดูแลการปฏิบัติงานทั้งปวงของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมี พลโท ชาตอุดม ติตถะสิริ รองเสนาธิการทหารบกเป็นรองเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
3.2 กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย : มี แม่ทัพภาคที่ 1 เป็ยผู้บัญชาการกองกำลังรักษาตวามสงบเรียบร้อย มีหน่วยงานในบังคับบัญชาประกอบด้วย กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยกองทัพภาคที่ 1-4 (กำลังของกองทัพไทย เหล่าทัพ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขึ้นควบคุมทางยุทธการ)
3.3 ฝ่ายความมั่นคง : มี พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองหัวหน้าคณะรักาาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง และมี พลเอก อักษรา เกิดผล เสนาธิการทหารบก เป็น รองหัวหน้าฝ่ายความมั่นคง มีหน่วยงาน/ส่วนราชการในความรับผิดชอบ รวม 4 หน่วยงาน ได้แก่
– กระทรวงกลาโหม
– กระทรวงมหาดไทย
– กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
– กระทรวงการต่างประเทศ
3.4 ฝ่ายสังคมจิตวิทยา : มี พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา และมี พลโท สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองเสนาธิการทหารบก เป็นรองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา มีหน่วยงาน/ส่วนราชการในความรับผิดชอบ รวม 7 หน่วยงาน คือ
– กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
– กระทรวงศึกษาธิการ
– กระทรวงสาธารณสุข
– กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
– กระทรวงวัฒนธรรม
– กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
– กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
3.5 ฝ่ายเศรษฐกิจ : มี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ และมี พลเอก ฉัตรชัย สาริกัลยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก เป็นรอหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ มีหน่วยงาน/ส่วนราชการในความรับผิดชอบ รวม 7 หน่วยงาน ได้แก่
– กระทรวงการคลัง
– กระทรวงพาณิชย์
– กระทรวงอุตสาหกรรม
– กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
– กระทรวงพลังงาน
– กระทรวงแรงงาน
– กระทรวงคมนาคม
3.6 ฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม : มี พลเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และมี พลโท ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข รองเสนาธิการทหารบกเ เป็น รองหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม มีหน่วยงาน/ส่วนราชการในความรับผิดชอบ จำนวน 3 หน่วยงาน ได้แก่
– กระทรวงยุติธรรม
– สำนักงานอัยการสูงสุด
– สำนักงานป้องกันแล้วปราบปรามการฟอกเงิน
3.7 ฝ่ายกิจการพิเศษ : มี พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงห์แก้ว รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ และมี พลโท สุชาติ หนองบัว ผู้ช่วยเสนาธิการทหารบกฝ่ายกำลังพล เป็นรองหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษ มีหน่วยงานและส่วนราชการ ในความรับผิดชอบ จำนวน 20 หน่วยงาน ได้แก่
– สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี (สลน.)
– สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.)
– สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
– สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.)
– สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)
– สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบข้าราชการ (ก.พ.ร.)
– สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.)
– กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.)
– สำนัักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.)
– สำนักนายกรัฐมนตรี
– สำนักราชเลขาธิการ
– สำนักพระราชวัง
– สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
– สำนักงานคณะกรรมการพิเศษเพื่อประสานงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
– สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
– ราชบัณฑิตยสถาน
– สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ
– สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา
– สำนักงานรับรองมาตราฐานและประเมิน
3.8 ส่วนงานขึ้นตรงกับหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จำนวน 5 หน่วยงาน ได้แก่
– กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร
– สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
– สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ
– สำนักข่าวกรองแห่งชาติ
– สำนักงบประมาณ
ประกาศ ณ วันที่ 23 พฤษภาคม 2557
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
———-
-คำสั่ง คสช.-

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 1/2557

เรื่องให้บุคคลมารายงานตัว
ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ประกาศเข้าควบคุมอำนาจในการปกครองประเทศ ตามประกาศฉบับที่ 1/2557 ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.2557 16.30 น. แล้วนั้น เพื่อให้มาตรการรักษาความสงบเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ มารายงานตัว ณ กองบัญชาการ รักษาความสงบแห่งชาติ (กองบังคับการ กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์) ภายในวันที่ 22 พ.ค.2557 ดังนี้
1. นายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล

2. นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา

3. นายจาตุรนต์ ฉายแสง

4. นายวิเชษฐ์ เกษมทองศรี

5. นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล

6. นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ

7. นายบุคคล ลิ้มแหลมทอง

8. นางเบญจา หลุยเจริญ

9. นายสมศักดิ์ ภูรีศรีศักดิ์

10. นางปวีณา หงษ์สกุล

11. พลเอกพฤณท์ สุวรรณทัต

12. นายพ้อง ชีวานันท์

13. นายยรรยง พวงราช

14. นายวิสาระดี เตชะธีราวัฒน์

15. นายสนธยา คุณปลื้ม

16. นายประดิษฐ สินธวณรงค์

17. นายสรวงศ์ เทียนทอง

18. นายประเสริฐ บุญชัยสุข


ประกาศ ณ วันที่ 22 พฤษภาคม พ.ศ.2557
พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ 3/2557
เรื่อง ให้บุคคลเข้ารายงานตัวเพิ่มเติม
เพื่อให้การรักษาความสงบและแก้ไขปัญหาบ้านเมืองเป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงให้บุคคลมารายงานตัวเพิ่มเติม ณ หอประชุมกองทัพบกเทเวศร์ ในวันที่ 23 พ.ค.2557 เวลา 10.00 น. ตามรายชื่อดังต่อไปนี้
1. พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี
2. พล.อ.ทวนทอง อินทรทัต
3. พล.อ.ไตรรงค์ อินทรทัต
4. พล.ร.อ.เกียรติศักดิ์ ดามาพงศ์
5. พล.อ.อ.สุเมธ โพธิ์มณี
6. พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค
7. พล.ต.อ.บุญฤทธิ์ รัตนพร
8. พล.ท.มะ โพธิ์งาม
9. พล.ท.อัครชัย จันทรโตษะ
10. พล.ต.ศรชัย มนตริวัต
11. พล.ต.ต.สุชาติ กาญจนวิเศษ
12. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
13. พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา
14. พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต
15. พล.อ.พฤกษ์ สุวรรณทัต
16. นายวัฒนา เมืองสุข
17. นาวาอากาศตรีศิธา ทิวารี
18. คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธ์ุ
19. นายสันติ พร้อมพัฒน์
20. นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี
21. นายทรงศักดิ์ เปรมสุข
22. พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย
23. นายประชา ประสพดี
24. นายสมหวัง อัสราษี
25. นายพันธุ์เลิศ ใบหยก
26. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์
27. นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์
28. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์
29. นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง
30. นายจรัล ดิษฐาอภิชัย
31. นายนิสิต สินธุไพร
32. นายชินวัฒน์ หาบุญพาด
33. นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย
34. นายอดิศร เพียงเกษ
35. นายวิสา คัญทัพ
36. นายสำเริง ประจำเรือ
37. พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์
38. นางไพรจิตร อักษรณรงค์
39. นายพายัพ ปั้นเกตุ
40. นางดารุณี กฤตบุญญาลัย
41. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์
42. นายอำพน กิตติอำพน
43. พันตำรวจตรี เสงี่ยม สำราญรัตน์
44. นายวันชนะ เกิดดี
45. นายอารีย์ ไกรนรา
46. นายสุนัย จุลพลศธร
47. นายวิชาญ มีนชัยนันท์
48. นายไชยา สะสมทรัพย์
49. นายสุชาติ ลายน้ำเงิน
50. นายการุณ โหสกุล
51. นางฐิติมา ฉายแสง
52. นายประแสง มงคลศิริ
53. นายวิชิต ปลั่งศรีสกุล
54. นายมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ
55. นายขวัญชัย ไพรพนา
56. นางประทีป อึ้งทรงธรรม
57. นายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ
58. นายวรชัย เหมะ
59. นายดาบแดง ชลบุรี
60. นายสมบัติ บุญงามอนงค์
61. นางสาว จิตภัสร์ กฤดากร
62. นายจุมพล จุลใส
63. นางทยา ทีปสุวรรณ
64. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกัณฑ์
65. นายถาวร เสนเนียม
66. นายสุริยะใส กตะศิลา
67. นายนิติธร ล้ำเหลือ
68. นายสมศักดิ์ โกศัยสุข
69. พลเอกปรีชา เอี่ยมสุพรรณ
70. นายณัฐพล ทีปสุวรรณ
71. นายเสรี วงษ์มณฑา
72. นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์
73. นางสาวอัญชะลี ไพรีรักษ์
74. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ
75. นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง
76. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์
77. นางกฤษณา สีหลักษณ์
78. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์
79. นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล
80. นายธีระ วงศ์สมุทร
81. นายพรศักดิ์ เจริญประเสริฐ
82. นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์
83. นายปรีชา เร่งสมบูรณ์สุข
84. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ
85. นายภูมิ สาระผล
86. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์
87. นายชูชาติ หาญสวัสดิ์
88. นายฐานิสร์ เทียนทอง
89. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์
90. นางสุกุมล คุณปลื้ม
91. นายปลอดประสพ สุรัสวดี
92. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล
93. นายบุญรื่น ศรีธเรศ
94. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล
95. นายวิทยา บุรณศิริ
96. นายต่อพงษ์ ไชยสาส์น
97. นายวรรณรัตน์ ชาญนุกูล
98. นางนลินี ทวีสิน
99. นายทนุศักดิ์ เล็กอุทัย
100. นายอารักษ์ ชลธาร์นนท์
101. นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช
102. นายศักดา คงเพชร
103. หม่อมราชวงศ์ พงษ์สวัสดิ์ สวัสดิวัตน์
104. นายประชา ประสพดี
105. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร
106. นายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช
107. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง
108. นายประเสริฐ บุญชัยสุข
109. นางศันสนีย์ นาคพงศ์
110. นายประดิษฐ์ สินธวณรงค์
111. นายชลน่าน ศรีแก้ว
112. นายชัยเกษม นิติสิริ
113. นายก่อแก้ว พิกุลทอง
114. นายแพทย์เหวง โตจิราการ

Advertisements