ศาลนัด ชัยวัฒน์ สืบพยานต่อ! กรณีนายบิลลี่ หายตัวไป

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
เผยแพร่วันที่ 10 พฤษภาคม 2557

ใบแจ้งข่าว

ศาลนัด ชัยวัฒน์ สืบพยานต่อ! กรณีนายบิลลี่ หายตัวไป

ขอเชิญให้ทุกท่าน เข้าร่วมฟัง ทำข่าวและสังเกตการณ์คดี

12 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.30 น. ศาลจังหวัดเพชรบุรีนัดนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมกับนายไพฑูลย์ แช่มเทศ นายบุญแทน บุษราคัม นายกฤษณพงษ์ จิตต์เทศ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ ให้เข้ามาชี้แจงกรณีการหายตัวไปของนายบิลลี่

สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2557 ทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม พร้อมด้วยภรรยาของนายบิลลี่ หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีเพื่อขอไต่สวนกรณีการหายตัวไปของนายบิลลี่และขอให้ปล่อยตัวทันที

โดยในวันที่ 30 เมษายน 2557 ศาลจังหวัดเพชรบุรีได้เรียกนายเกษม ลือฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.6 (เขามะเร็ว) และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ให้มาไต่ส่วนตามคำร้อง แต่การไต่สวนพยานปากนายชัยวัฒน์ ยังไม่แล้วเสร็จ จึงออกหมายนัดให้นายชัยวัฒน์ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงต่อศาลอีกครั้ง เพื่อให้ได้ความว่า นายบิลลี่หายตัวไประหว่างอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานหรือไม่ และเพื่อที่ศาลจะมีคำสั่งให้ทำการเยียวยาความเสียหายแก่นายพอละจี หรือไม่ อย่างไรต่อไป โดยศาลได้นัดไต่สวนในวันจันทร์ที่ 12 พฤษภาคม 2557 เวลา 13.30 นาฬิกา

สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม จึงขอเรียนเชิญสื่อมวลชน องค์กรด้านสิทธิมนุษยชน องค์การระหว่างประเทศ เข้าร่วมฟังการให้ปากคำ ในวัน เวลา ดังกล่าว

ทั้งนี้ นายบิลลี่ เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ได้หายตัวไปหลังจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 และไม่ทราบชะตากรรมจนถึงปัจจุบัน โดยก่อนหน้านี้ นายบิลลี่ได้เป็นแกนนำชาวบ้าน ในการฟ้องร้องนายชัยวัฒน์ ต่อศาลปกครอง กรณีที่มีการไล่รื้อที่ของชาวบ้าน บ้านบางกลอย โดยศาลปกครองกลางได้นัดไต่สวน ในวันที่ 19 พฤษภาคม 2557

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

ภาวิณี ชุมศรี มูลนิธิผสานวัฒนธรรม 083-1896598

วราภรณ์ อุทัยรังษี (ทนายความ) 084-8091997

**************

นายบิลลี่ หรือ นายพอจะลี รักจงเจริญ เป็นแกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ช่วยทนายความ อยู่ระหว่างการเตรียมการต่อสู้คดีปกครองที่ชาวบ้านบางกลอยยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชและนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จากกรณีการเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัว ที่บ้านบางกลอยเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2554 เพื่อผลักดันให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่แม้ปรากฏผลการศึกษายืนยันว่าชาวบ้านเป็นชนพื้นเมืองดังเดิมชาวปาเกอญอที่ตั้งรกรากอาศัยอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลาร่วมกว่า 100 ปีแล้ว นอกจากนี้ นายบิลลี่ยังอยู่ระหว่างการเตรียมถวายฎีกาเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย ทั้งนี้ เชื่อว่านายบิลลี่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีและกรณีร้องเรียนดังกล่าวอยู่กับตัวด้วยในขณะที่หายไป

นายบิลลี่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2557 โดยมีชาวบ้านพบเห็นนายบิลลี่ครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต่อมาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ยอมรับว่าควบคุมตัวนายบิลลี่จริง เนื่องจากค้นตัวนายบิลลี่แล้วพบรังผึ้งและน้ำผึ้งหกขวด ตนจึงได้ทำการตักเตือน และอ้างว่าได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานที่อ้างเกี่ยวกับการจับกุมตามข้อกล่าวหาและหลักฐานการปล่อยตัวแต่อย่างใด จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 6 วันแล้วหลังจากถูกควบคุมตัว ที่ยังไม่มีผู้ใดพบเห็นนายบิลลี่อีก โดยครอบครัวของนายบิลลี่ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านบางกลอยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ไว้แล้ว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายน 2554 ได้มีการลอบสังหารนายทัศน์กมล โอบอ้อม นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนอีกรายหนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยในการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมในกรณีเดียวกัน ต่อมาอัยการได้ฟ้องร้องนายนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ เป็นจำเลยด้วยข้อหาจ้างวานฆ่านายทัศน์กมล แม้คดีกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาล แต่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีการสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายเกี่ยวกับวินัยข้าราชการพลเรือนแต่อย่างใด

การบังคับบุคคลให้สูญหาย หรือ การอุ้มหาย เป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกายของบุคคลซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยที่รัฐมิอาจเพิกเฉยได้ด้วยประการใดๆ ทั้งนี้ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหายแล้วเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2555 นิยาม “การหายสาบสูญโดยถูกบังคับ” หมายถึง การจับกุม กักขัง ลักพาตัว หรือการกระทำในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งดำเนินการโดยได้รับการอนุญาต การสนับสนุนหรือการยอมรับโดยปริยายของรัฐ ตามมาด้วยการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าได้มีการลิดรอนเสรีภาพ หรือการปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลที่หายสาบสูญซึ่งส่งผลให้บุคคลดังกล่าวตกอยู่ภายนอกการคุ้มครองของกฎหมาย

ไทยในฐานะภาคีกฎบัตรสหประชาชาติและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องให้คุ้มครองบุคคลจากการถูกบังคับให้สูญหายดังกล่าว โดยจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้พบและช่วยเหลือเหยื่อและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด อีกทั้ง ไทยควรจะต้องดำเนินการให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลมิให้ถูกบังคับให้สูญหายโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ มาตรา 32 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ยังรับรองและคุ้มครองสิทธิสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ตลอดจนสิทธิของบุคคลที่จะร้องต่อศาลเพื่อให้สั่งระงับหรือเพิกถอนการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิดังกล่าว รวมทั้งจะกำหนดวิธีการเยียวยา ความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย

**************


สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน (สนส.)
โทรศัพท์ /แฟ๊กซ์ : 02-6930682
อีเมล์ : hrla2008@gmail.com
http://www.naksit.org
………………………………………………..
Human rights Lawyers Association (HRLA)
email : hrla2008@gmail.com tel/fax : 02-6930682
http://www.naksit.org

25570510-212431.jpg

Advertisements