มูลนิธิผสานวัฒนธรรม Cross Cultural Foundation
111 ซอยสิทธิชน ถ.สุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนนอก เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร 10310
โทร: 02-6934939, 02-6934831 โทรสาร : 02-2753954 Tel:02-6934939,02-6934831 Fax:02-2753954
​111 Soi Sithichon Suthisarnwinichai Rd. Samsennok Huaykwang Bangkok Thailand 10310


เผยแพร่วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2557
ใบแจ้งข่าว
กองทัพบกยอมจ่ายเงิน 6.5 ล้านบาท กรณีพลทหารวิเชียร ถูกครูฝึกซ้อมเสียชีวิต

วันนี้ เวลา 13.30 น. ศาลแพ่งมีคำพิพากษาตามที่กองทัพบกยอมจ่ายเงินค่าเสียหายจำนวน 6.5 ล้านบาท จากเหตุการณ์ที่พลทหารวิเชียร เผือกสม ถูกครูฝึกหน่วยฝึกทหารใหม่ลงโทษด้วยวิธีการซ้อมทำร้ายร่างกายจนถึงแก่ความตาย โดยมีนางประเทือง เผือกสม มารดาของพลทหารวิเชียร เผือกสม เป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหาย ต่อกระทรวงกลาโหม ที่ 1 กองทัพบก ที่ 2 และสำนักงานยกรัฐมนตรี (ต้นสังกัดกอ.รมน.) ที่ 3 เป็นจำเลย

คดีนี้ เมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2555 มารดาของพลทหารวิเชียร ได้ยื่นฟ้องเรียกค่าสินไหมทดแทนทางละเมิดต่อหน่วยงานต้นสังกัดเนื่องจากเป็นกรณีละเมิดในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ โดยครูฝึกซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ในสังกัดของกองทัพบกได้ทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียรในระหว่างการฝึกทหารใหม่อย่างทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้ผลทหารวิเชียรถึงแก่ความตาย จำเลยประสงค์ไกล่เกลี่ย และตกลงชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงินจำนวน 7,049,213 บาท แต่โจทก์ได้รับเงินก่อนการฟ้องคดีนี้แล้ว 500,000 บาท คงเหลือเงินที่ต้องนำมาชำระให้โจทก์อีก 6,549,213 บาท โดยกองทัพบก จำเลยที่ 2 และเป็นหน่วยงานต้นสังกัดของเจ้าหน้าที่ทหารครูฝึกได้นำเงินจำนวนดังกล่าวมาจ่ายให้แก่โจทก์ครบถ้วนแล้ววันนี้ จึงได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ และศาลมีคำพิพากษาให้คดีเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญายอมดังกล่าว ทั้งนี้ ใช้เวลาในชั้นไกล่เกลี่ยและประนีประนอมยอมความนานถึง 1 ปี 9 เดือน เหตุที่เป็นเวลานานเนื่องจากต้องใช้เวลาในการดำเนินการตามระเบียบของหน่วยงานราชการหลายขั้นตอน โดยกองทัพบกจะดำเนินการไล่เบี้ยเงินค่าเสียหายคืนจากเจ้าหน้าที่ทหารผู้กระทำความผิดต่อไป

ทั้งนี้ ในส่วนของคดีอาญาที่นางประเทืองได้แจ้งความดำเนินคดีกับครูฝึกทหารใหม่และทหารที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียรจนถึงแก่ความตายต่อพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุแล้ว และเนื่องจากผู้กระทำความผิดเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารทั้งหมด ดังนั้นคดีจึงอยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร ซึ่งผู้เสียหายไม่สามารถฟ้องคดีอาญาต่อศาลได้เอง ตามพรบ. พระธรรมนูญ ศาลทหาร 2498 มาตรา 49 ให้พนักงานอัยการทหารเท่านั้นมีสิทธิฟ้องคดีต่อศาลทหาร ปัจจุบัน คดีอยู่ในระหว่างการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ (ปปท.) แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

พลทหารวิเชียร เผือกสม ได้เคยอุปสมบทเป็นพระภิกษุและศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ผลการเรียนเกียตินิยมอันดับ 1 และสำเร็จระดับปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลการเรียนดีเยี่ยม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 พลทหารวิเชียรได้สมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารและเข้าฝึกที่หน่วยฝึกทหารใหม่ ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อำเภอเจาะไอร้อง จังหวัดนราธิวาส ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2554 เจ้าหน้าที่ทหาร 10 นาย ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียร โดยทรมานและกระทำทารุณโหดร้าย โดยอ้างว่าพลทหารวิเชียร เผือกสม หลบหนีการฝึก ทำให้พลทหารวิเชียร ได้รับบาดเจ็บสาหัส และได้เสียชีวิตในวันที่ 5 มิถุนายน 2554 โดยสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากไตวายเฉียบพลันจากกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง

การลงโทษโดยทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการทารุณโหดร้าย นอกจากจะเป็นความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งแล้ว ยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ม. 32 ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล และละเมิดอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและมีพันธกรณีให้ปฏิบัติตามอนุสัญญาฯดังกล่าวด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ สภาทนายความ 02 282 9906
นางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม 02 693 4939

Advertisements