Uncategorized

อาเยาะ คือนอ อีกะ (พ่อถูกจับ) ปัญหาของเด็ก 3 จังหวัดใต้ ที่ควรหันมาช่วยเหลือ โดยมูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ

cov- Ayoh
อาเยาะ คือนอ อีกะ (พ่อถูกจับ) ปัญหาของเด็ก 3 จังหวัดใต้ ที่ควรหันมาช่วยเหลือ
มูฮาหมัดอัณวัร หะยีเต๊ะ
กลุ่มบุหงารายา http://www.bungarayanews.com
เหตุการณ์ความไม่สงบในสามจังหวัดชายแดนใต้ส่งผลกระทบต่อบุคคลหลายๆกลุ่ม เมื่อสถานการณ์ความรุนแรงเกิดขึ้น ณ ที่ใด ความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินย่อมส่งผลตามกันมาอย่างหลีกเลิ่ยงไม่ได้ ความเจ็บปวด ความเกลียดชังและความเคียดแค้นก็เริ่มก่อตัวขึ้นเป็นธรรมดาในฐานะมนุษย์ปุถุชน ความรุนแรงและผลแห่งสูญเสียใดๆได้เกิดขึ้นกับชีวิตมนุษย์ ทุกเพศทุกวัย ด้วยสถานภาพที่แตกต่างกันออกไป เช่น พ่อ แม่ ลูก สามี ภรรยา เครือญาติและเพื่อนบ้าน

ในขณะที่หลายหน่วยงาน หลายองค์กรลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือ และเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งที่เป็นเด็ก และสตรี ซึ่งส่วนใหญ่แล้วกลุ่มคนเหล่านี้ จะสูญเสีย พ่อ และสามีอันเป็นที่รัก ครอบครัวที่สูญเสียพ่อ และสามีจากเหตุการณ์ พวกเขาจะได้รับความช่วยเหลือทั้งจากภาครัฐ และเอกชน แต่เรากำลังทอดทิ้งหรือลืมเลือนกลุ่มคนอีกกลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งแม้บุคคลอันเป็นที่รักมิได้สูญเสียชีวิต แต่ก็สูญเสียอิสรภาพ

กลุ่มบุคคลเหล่านี้คือ กลุ่มผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงในพื้นที่สามจังหวัด และอีกสี่อำเภอของสงขลา ที่ถูกควบคุมตัวและดำเนินคดีตามกฎหมาย ปัญหาที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของพวกเขาเหล่านี้ มิได้ต่างอะไรกับลูก ที่สูญเสียพ่อ และภรรยาที่สูญเสียสามี แต่อย่างใด

เมื่อภาระและหน้าที่ทุกอย่างผู้เป็นภรรยา และแม่ต้องแบกรับ นับว่าเป็นเรื่องที่ยากและเหนื่อย ที่บุคคลหนึ่งคนต้องหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง และจุนเจือเรื่องการศึกษาของลูกๆ

ครอบครัวหนึ่งที่ผู้เป็นสามีถูกควบคุมตัวไปโดยเจ้าหน้าที่รัฐ เล่าให้ฟังว่า
“วันนั้นเจ้าหน้าที่ ทั้งตำรวจและทหาร มาปิดล้อมสุเหร่าในหมู่บ้าน แล้วควบคุมตัวชาวบ้านที่กำลังทำพิธีละหมาด กว่า 40 คน ไม่กี่สัปดาห์ก็ได้ปล่อยตัวออกมา แต่หลังจากนั้นก็กลับมาจับตัวสามี และญาติๆไปหลายคน” กะละห์ (นามสมมติ) ชาวบ้าน อ.ยี่งอ จ.นราธิวาส
วันนี้ภาระทุกอย่างตกเป็นของกะละห์ และผู้เป็นภรรยาทุกคน ในขณะที่กลุ่มเราได้เข้าไปเยี่ยมถึงบ้านของกะละห์ บนเรือนยังมีอีก 3 ครอบครัวที่ผู้เป็นสามี และพ่อถูกจับกุมตัวไปในเหตุการณ์เดียวกัน แต่โดยเฉพาะครอบครัวของกะละห์เองต้องรับภาระหนักเพราะมีลูกถึง 6 คน คนโต 17 ปี คนเล็ก 2 ขวบ ทุกวันนี้กะละห์ต้องออกไปรับจ้างกรีดยาง ต้นยางก็แก่มากแล้ว ยางก็ไม่ค่อยออก ต้องออกไปตั้งแต่หัวรุ่ง และต้องรีบกลับมาทำกับข่าวให้กับลูกๆเพื่อเตรียมตัวไปโรงเรียน
“ตอนนี้กะมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย เรากินกันอย่างพอมีพอกิน วันไหนได้น้อยเราก็กินเท่าที่มี วันไหนได้มากหน่อยเราต้องแบ่งเอาไว้ใช้ในวันถัดไป” กะละห์เล่าถึงปัญหาการเงิน

ครอบครัวกะซะห์ (นามสมมติ) เป็นอีกครอบครัวที่ผู้เป็นสามีและพ่อถูกควบคุมตัว ครอบครัวนี้มีลูกเพียงสองคน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คล้ายๆกัน เด๊ะนี(น้องนี-นามสมมติ) กำลังเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เมื่อเราถามถึงอนาคตทางการศึกษาว่าจะเรียนต่อที่ไหน คำตอบที่ได้คือ
“ก็ต้องดูก่อนคะ ว่าแมะ (แม่) สามารถทำงานคนเดียวได้หรือเปล่า ถ้าแมะทำงานคนเดียวไม่ไหวหนูก็ต้องออกมาช่วยแมะทำงาน แต่ความจริงแล้วหนูก็อยากเรียนต่อคะ แต่หนูรู้ถึงปัญหาที่แมะต้องประสบ แมะต้องออกไปกรีดยาง เสร็จแล้วต้องเตรียมกับข้าวให้กับพวกหนู และอาเยาะ(พ่อ) ที่อยู่เรือนจำนราธิวาส ส่งพวกหนูไปโรงเรียนแล้วก็ต้องไปเยี่ยมอาเยาะที่เรือนจำ เห็นแล้วสงสารแมะคะ” เด๊ะนีบรรยายถึงความรู้สึกและความต้องการ

อีกสองครอบครัวที่อยู่บนเรือนด้วยก็ได้เล่าถึงความยากลำบากในการใช้ชิวิตหลักจากที่สามีถูกควบคุมตัวไป
“พวกเราไม่รู้เรื่องกฎหมายและขั้นตอนทางกฎหมายเลย พวกเราต้องการให้มีคนมาช่วยอธิบายถึงคดีที่สามีตนถูกฟ้อง ว่ามันเป็นคดีอะไร รู้แต่ว่าเป็นคดีความมั่นคง แล้วความมั่นคง คืออะไร ขั้นตอนของศาลมีอะไรบ้าง แต่ก็ยังดีคะ ที่ได้รับความช่วยเหลือจากทางศูนย์ทนายความมุสลิม ค่าทนายพวกเราก็ไม่ต้องเสีย ถ้าจะให้พวกเราไปจ้างทนายเอง เราไม่มีปัญญาหรอก” ภรรยาของผู้ที่สามีถูกควบคุมตัวเล่าให้ฟัง

ปัญหาส่วนใหญ่ที่ผู้แม่เป็นกังวลมากที่สุด คือปัญหาทางการศึกษาของลูกๆ อนาคตของลูกๆ ความช่วยเหลือจากภาครัฐและเอกชนยังไม่มีใครเคยหันมามองว่านี่คือปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นจากผลพวงของเหตุการณ์ความไม่สงบ อาจมีบางหน่วยงานที่มองว่าการเข้าไปช่วยเหลือครอบครัวของพวกเขาเหล่านี้ เป็นการช่วยเหลือครอบครัวโจร แต่ตามกฎหมายแล้วผู้ต้องหา หรือจำเลย ที่ยังไม่ได้ถูกตัดสินคดีถึงที่สุดยังถือว่าพวกเขา คือ ผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าหากยังไม่มีใครเข้าไปช่วยกลุ่มพวกเขา จำนวนประชาชน ผู้ต่อต้าน และเกลียดชังเจ้าหน้าที่รัฐย่อมมีเพิ่มขึ้น และปัญหาของสังคมย่อมมีเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ปัญหาเด็กขาดโอกาสทางการศึกษา ปริมาณเด็กที่ไม่รู้หนังสือย่อมมีเพิ่มขึ้น ในขณะที่รัฐต้องการลดจำนวนเด็กที่ไม่รู้หนังสือให้เหลือน้อยลง

ยังมีผู้ต้องหาคดีความมั่นคงอีกกว่า 428 คน นั่นหมายถึง 428 กว่าครอบครัว ทั่วทุกสามจังหวัดรวมทั้งสงขลา ที่ประสบปัญหาและเดือดร้อน
ทุกคน ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กร ในสังคม ต้องหันกลับมาคิด ทบทวน และลบอคติที่มีอยู่ในใจ ในสมอง ถึงเวลาที่ต้องร่วมมือให้ความช่วยเหลือโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อสังคมที่สงบสุข และเพื่อผู้ที่เป็นอนาคตของชาติต่อไป

******************

Advertisements