Uncategorized

แอมเนสตี้ฯหารือ ก.ยุติธรรมยุติโทษประหารชีวิต -11เมษายน2556

แอมเนสตี้ฯหารือ ก.ยุติธรรมยุติโทษประหารชีวิต

11 เมษายน 2556 ตัวแทนจากแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยื่นรายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตและการประหารชีวิตในปี 2555 รายงานระบุว่าประเทศไทยเป็นประเทศส่วนน้อยในโลกที่ยังมีการใช้โทษประหาร พร้อมปรึกษาหารือเพื่อเรียกร้องรัฐบาลยกเลิกโทษประหารชีวิต ย้ำจุดยืนคัดค้านโทษประหารชีวิตชี้เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน

นางสาวปริญญา บุญฤทธิ์ฤทัยกุล ผู้อำนวยการองค์การแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ยื่นหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมระบุว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทยเรียกร้องให้รัฐบาลไทยรักษาพันธสัญญาและเห็นคุณค่าของทุกชีวิตอย่างเท่าเทียมกัน เพราะไม่มีหลักฐานใดที่แสดงว่าโทษประหารมีส่วนช่วยป้องกันอาชญากรรม

“รัฐบาลไทยควรพิจารณาสนับสนุนแนวโน้มที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศในทางที่ยกเลิกโทษประหาร เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศในโลกที่ยังคงใช้โทษประหารชีวิต และโทษดังกล่าวเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานในการมีชีวิตตามหลักปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนแห่งองค์การสหประชาชาติรวมทั้งงานวิจัยมากมายจากนานาประเทศได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าโทษประหารชีวิตไม่มีความเชื่อมโยงใดๆ กับการเพิ่มขึ้น หรือลดลงของอาชญากรรม”

ทั้งนี้ผู้แทนแอมเนสตี้ฯ นำเสนอรายงานสถานการณ์โทษประหารชีวิตในปี 2555 ต่อนายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งรับมอบแทนนายประชา พรหมนอก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ทางแอมเนสตี้ฯ มีข้อเรียกร้องต่อกระทรวงยุติธรรมว่า รัฐบาลไทยควรพิจารณาสนับสนุนแนวโน้มที่เกิดขึ้นระหว่างประเทศในทางที่ยกเลิกโทษประหาร ดังนี้

ประกาศพักการประหารชีวิตในทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการโดยทันที เพื่อให้สอดคล้องกับแผนแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 2 โดยมีเจตจำนงที่จะออกกฎหมายให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตในท้ายที่สุด
เสนอแก้ไขกฎหมายเพื่อลดจำนวนความผิดทางอาญาที่มีบทโทษประหารชีวิต ปัจจุบัน กฎหมายไทยบัญญัติความผิดทางอาญาไว้มากถึง 55 ประเภทที่มีบทลงโทษประหารชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งความผิดที่ไม่ถือเป็น “อาชญากรรมร้ายแรงที่สุด” เช่น ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และการลอบวางเพลิง เป็นต้น
บรรจุวาระการเปลี่ยนแปลงโทษประหารชีวิตเป็นโทษจำคุกไว้ในแผนแม่บทว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ฉบับที่ 3
· ลงนามและให้สัตยาบันรับรองพิธีสารเลือกรับฉบับที่สองของกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (Second Optional Protocol to the International Covenant on Civil and Political Rights) ที่มุ่งยกเลิกโทษประหารชีวิต

นายสุชน ชาลีเครือ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า รัฐบาลชุดนี้มีนโยบายสำคัญด้านกระบวนการยุติธรรมหลายเรื่อง เช่น การปฏิรูปกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมและแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ และเห็นว่ากฎหมายใดของไทยที่ขัดกับหลักการทางสากลก็ควรนำมาพิจารณาแก้ไข สำหรับประเด็นการประกาศพักใช้การประหารชีวิตนั้น ชี้แจ้งว่าแม้ฝ่ายบริหารจะเสนอในประเด็นนี้ได้ แต่ต้องผ่านการพิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติและศาลเพื่อเป็นการถ่วงดุลอำนาจกันอยู่ดี
ด้านพ.ต.อ. ดร.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ชี้แจงเรื่องตัวชี้วัดกลยุทธ์ที่ 3.1 ที่ระบุว่าให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตโดยให้เปลี่ยนเป็นโทษจำคุกตลอดชีวิต ของแผนแม่บทสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2552-2556) ซึ่งรัฐบาลได้ประกาศอย่างเป็นทางการและมีผลในทางปฏิบัติตั้งแต่ปี 2553 นั้น ระบุเพียงแค่ให้ศึกษาความเป็นไปได้ของแนวทางการยกเลิกโทษประหารชีวิตในประเทศไทย และขณะนี้ทางกรมคุ้มครองสิทธิฯ กำลังดำเนินการอยู่ พร้อมเห็นด้วยว่าโทษประหารชีวิตนั้นไม่ได้ป้องปรามอาชญากรรมและประเทศส่วนใหญ่กว่า 2 ใน 3 ทั่วโลก ได้ยกเลิกโทษประหารชีวิตแล้ว แต่เห็นว่าการยกเลิกโทษประหารชีวิตในประเทศไทยคงไม่ได้รับการสนับสนุนจากเสียงประชาชน เพราะคนในสังคมบางส่วนยังเห็นการใช้ความรุนแรงเป็นทางออกในการแก้ไขปัญหาเห็นได้จากกรณีที่มีการสังหารนอกกฎหมายในช่วงการสงครามยาเสพติด จนทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,500 ราย แต่ก็ยังมีผู้สนับสนุนนโยบายนี้จำนวนมาก

***สุขสันต์วันสงกรานต์นะคะ***

Naowarat Suesa-ard
Media and Communication Coordinator
90/24 Ladprao Soi 1, Jomphol
Chatuchak, Bangkok 10900
Thailand
Tel: 66-2-513-8745, 66-2-513-8754
Fax: 66-2-939-2534
Mobile: 66-8-9922-9585
http://www.amnesty.or.th
media@amnesty.or.th
http://www.amnesty.or.th
http://www.facebook.com/amnestythailand

Working to Protect Human Rights

25560411-211410.jpg

Advertisements