Uncategorized

Life imprisonment of employers in premeditated murder against migrant workers_Maesot, Tak

ภาษาอังกฤษและภาษาไทย

For immediate release on 19 March 2013

Press Release

Life imprisonment of employers in premeditated murder against migrant workers

upheld by Appeals Court

On 13 March 2013, the Provincial Court of Mae Sot read a verdict by the Appeals Court in the case that Mr. Prayun Kawiradet and another accused are indicted on the offence of murder, infringement on freedom, abuse of officials in justice process, and abuse of Firearms Act. Convicted to life imprisonment, the employers were accused of slaying their own migrant workers working in their corn plantations.

The crime took place on 9 November 2007, around 23.00, when Mr. Prayun Kawiradet, the corn plantation’s owner and his aide forced five migrant workers into a pickup truck and drove to the foot of Huay Pra RuSi Hill, along the road from Ban Jedikoh-Ban Pong Wua, Tambon Mahawan, Mae Sot District, Tak Province. Then, the five migrant workers were shot and burned with tires; four died at the spot, another sustained severe injuries and was rescued by both governmental and private organizations. Later, Mr. Prayun and his aide were prosecuted by the Mae Sot public prosecutor at the Provincial Court of Mea Sot. Some of family of the victims in this case appointed an attorney from Human Rights and Development Foundation (HRDF) to be a co-plaintiff. HRDF also provides for help to enable the victims’ relatives to file damage claim against the employers in a separate civil suit.

Mr. Somnchai Homla-or, Secretary General of HRDF said that the case highlights the plight of migrant workers who are most vulnerable to exploitations by their Thai employers. And the employers assume they can evade liability by resorting to their influence. Collaboration between state officers and civil society organizations like HRDF in this case shed light on how victims of human rights abuse shall be able to gain access to justice. HRDF owes thanks to police officers of the Mae Sot Police Station and the Tak public prosecutor for their enforcement of the law without having concern for any influence.

Mr. Somnchai Homla-or continues that in order to prevent employers from exploiting migrant workers, apart from stringent law enforcement to hold perpetrators to justice, it is important to formalize the employment of migrant workers, particularly those hired in agricultural sector. This shall make effective monitoring by state officers possible and the state is obliged to facilitate easily accessible registration process and to encourage employers to register their workers.

For more information, please contact

Mr. Thanu Ekkachote, HRDF attorney, phone 084-161 0066 and Ms. Preeda Tongchumnum, HRDF Assistant to Secretary General, phone 02 277 6882

เผยแพร่วันที่ 19 มีนาคม 2556

ใบแจ้งข่าว

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามศาลชั้นต้น

ลงโทษจำคุกตลอดชีวิตนายจ้างในคดีฆ่าแรงงานข้ามชาติโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม 2556 ศาลจังหวัดแม่สอด อ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดแม่สอด เป็นโจทก์ฟ้องนายประยุน กาวิระเดช กับพวก รวม 2 ราย ฐานความผิดต่อชีวิต ความผิดต่อเสรีภาพ ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนน ซึ่งได้กระทำต่อแรงงานข้ามชาติจากประเทศพม่าซึ่งเป็นลูกจ้างทำงานอยู่ในไร่ข้าวโพดของจำเลย โดยพิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2550 เวลาประมาณ 23.00 น. เมื่อนายประยุน หรือพุ กาวิระเดช เจ้าของไร่ข้าวโพด พร้อมลูกน้องได้นำตัวแรงงานข้ามชาติทั้งหมด 5 คน ออกจากบ้านพักในไร่ข้าวโพดของนายประยุน กาวิระเดชโดยบังคับให้แรงงานทั้ง 5 คน ขึ้นรถยนต์ปิกอัพ ไปที่บริเวณเชิงเขาห้วยพระฤาษี ริมถนนสายบ้านเจดีโค๊ะ-บ้านปางวัว ตำบลมหาวัน อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก แล้วนายประยุนกับพวกได้ใช้อาวุธปืนยิงแรงงานและทำการเผานั่งยางจนเป็นเหตุให้แรงงานเสียชีวิต ในที่เกิดเหตุ 4 ศพ ส่วนอีกรายบาดเจ็บสาหัสและได้รับการช่วยเหลือทั้งหน่วยงานจากภาครัฐและองค์กรพัฒนาเอกชน กระทั่งพนักงานอัยการจังหวัดแม่สอด ได้ยื่นฟ้องนายประยุน กับพวกเป็นคดีอาญาต่อศาลจังหวัดแม่สอด โดยคดีนี้ญาติบางคนของผู้เสียชีวิตได้แต่งตั้งทนายความของมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา(มสพ.) เข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดี พร้อมทั้งได้ช่วยเหลือญาติของผู้ตายเป็นโจทก์ฟ้องเรียกค่าเสียหายในทางแพ่งจากจำเลย

นายสมชาย หอมลออ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา กล่าวว่า กรณีที่เกิดขึ้นนี้นับว่าเป็นกรณีศึกษาว่าแรงงานข้ามชาติมักตกเป็นเหยือของการกดขี่เอารัดเอาเปรียบ จากนายจ้างคนไทย โดยนายจ้างบางคนคิดว่าสามารถใช้อิทธิพลให้ตนรอดพ้นจากเงื้อมมือของกฎหมายได้ การร่วมมือกันระหว่างเจ้าหน้าที่รัฐและองค์กรภาคประชาสังคมเช่นมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา (มสพ.) ในคดีนี้และคดีอื่นๆอีกหลายคดี เป็นตัวอย่างที่ดีที่ทำให้เหยื่อของการละเมิดสิทธิมนุษยชนสามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้ ทางมูลนิธิขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.แม่สอดและพนักงานอัยการจังหวัดตากที่บังคับใช้กฎหมายโดยไม่เกรงกลัวต่ออิทธิพลใดๆ

นายสมชาย หอมลออ ยังกล่าวต่อไปว่า การป้องกันไม่ให้นายจ้างกดขี่เอารัดเอาเปรียบแรงงานข้ามชาตินั้น นอกจากเจ้าหน้าที่ต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดโดยให้ผู้กระทำผิดต้องรับผิดชอบแล้ว การทำให้แรงงานข้ามชาติเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะลูกจ้างในภาคเกษตร จะทำให้การตรวจตาของเจ้าหน้าที่ทั่วถึงยิ่งขึ้น ดังนั้นรัฐควรจะอำนวยความสะดวกในการขึ้นทะเบียนแรงงานให้ง่ายและสะดวกเพื่อเป็นแรงจูงใจให้นายจ้างนำแรงงานของตนไปขึ้นทะเบียน

——————————————————————————————————————————————————————————-

รายละเอียดเพิ่มเติมติดต่อ

นายธนู เอกโชติ ทนายความมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา โทรศัพท์ 084-161 0066 และ

นางสาวปรีดา ทองชุมนุม ผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา 02 277 6882


Preeda Tongchumnum
Assistant to Secretary General
Human Rights and Development Foundation (HRDF)
109 Suthisarnwinichai Rd. Samsennok
Huaykwang, Bangkok 10310 Thailand
Tel +66 2 277 6882, +66 2 277 6887
Mob: +66 89 459 0212
email: tongchumnum@gmail.com, preeda@hrdfoundation.org

Advertisements