Poster English course for SBPs Teacher

Advertisements

British Council & Cross Cultural Foundation_ organise_English class for SBPs teacher

บริติช เคานซิล ร่วมกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ร่วมจัดโครงการอบรมครูสอนภาษาอังกฤษหลักสูตร The Certificate in Secondary English Language Teaching (CiSELT) สำหรับคุณครูในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเปิดให้มีการสมัครครูผู้สอนภาษาอังกฤษระดับมัธยม มาฝึกอบรมแบบ face to face 3 ครั้ง ผสมกับการเรียนออนไลน์

คุณสมบัติผู้เข้าอบรม
– เป็นครูผู้สอนภาษาอังกฤษอย่างน้อยสองปี สอนระดับมัธยมต้นหรือปลาย
– สามารถใช้การสื่อสารด้วยคอมพิวเตอร์ทางอินเตอร์เนตได้คล่อง
– ความสามารถภาษาอังกฤษ ระดับกลาง (Intermediate) สามารถโต้ตอบในห้องเรียนภาษาอังกฤษได้

เนื้อหาหลักสูตร CiSELT
รายละเอียดหลักสูตร ประกอบด้วย
• การพัฒนาทักษะและเทคนิควิธีการสอน
• การพัฒนาทักษะการสอนด้านการสื่อสาร (communicative teaching skill) ทักษะการย้อนคิดเพื่อทบทวนการเรียนการสอน (reflective approach) และทักษะการสอนแบบให้นักเรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ (learner-centred teaching skill)
ครูผู้เข้าอบรม จะได้รับการประเมินผลจากการเรียนออนไลน์และงานที่ได้รับมอบหมาย ทั้งนี้ผู้สำเร็จการอบรมที่ผ่านเกณฑ์การประเมินผล จะได้รับประกาศนียบัตรที่รับรองโดยสถาบันภาษาอังกฤษบริติชเคานซิล

สถานที่
– อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา (จะแจ้งโรงแรมอีกครั้ง)

วันที่เข้าอบรม
การอบรม Face to Face ครั้งที่ 1 – วันที่ 8-10 ก.พ. 56 (ศุกร์-อาทิตย์ เริ่มอบรมวันศุกร์ 9.00 น. สามารถมาเข้าพักได้ตั้งแต่วันพฤหัส)
Online Training – วันที่ 10 ก.พ.-7 มี.ค.56
การอบรม Face to Face ครั้งที่ 2 – วันที่ 8-10 มี.ค. 2556 (ศุกร์-อาทิตย์)
Online Training – วันที่ 10 มี.ค.-8 พ.ค.56
การอบรม Face to Face ครั้งที่ 3 – วันที่ 9-11 พ.ค. 56 (ศุกร์-อาทิตย์)

*หมายเหตุ: วันที่อบรมครั้งที่ 2 และ 3 อาจมีการปรับเปลี่ยนอีกครั้งตามความเหมาะสม

ค่าใช้จ่ายในการอบรม
สำหรับค่าใช้จ่ายวิทยากรบริติช เคานซิล จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด รวมทั้งที่พักในช่วงระยะเวลาการอบรม ทั้งนี้ไม่รวมถึงค่าเดินทางในการอบรม

หากสนใจเข้าร่วมร่วมอบรม สามารถสมัครโดยกรอกในสมัครออนไลน์ (กรอกรายละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ) ตามลิงค์ด้านล่างนี้ หมดเขตรับสมัครภายในวันศุกร์ที่ 1 ก.พ. 56 ภายในเวลา 20.00 น.

Apply Here: http://bit.ly/X4LxgR

ทั้งนี้ หากกรอกใบสมัครออนไลน์แล้ว ขอให้ส่งอีเมล์ยืนยันมาที่ teachertraining@britishcouncil.or.th โดยแจ้งหัวข้อการส่งอีเมล์ “ยืนยันการสมัครอบรมภาษาอังกฤษคอร์ส CiSELT – 2013” โดยแจ้งชื่อ และเบอร์โทรศัพท์ที่ติดต่อกลับได้มาในอีเมล์ด้วยค่ะ

เฉพาะผู้ผ่านการกรอกใบสมัคร จำนวน 20 คนจะได้เข้าร่วมกิจกรรมกับบริติชเคานซิล หากมีข้อสงสัย ติดต่อคุณโม 02 657 5629

บริติช เคานซิล

25560118-192909.jpg

Public Seminar on Peace, conflict transformation through HR and Justice: indonesian experience _20 jan 2013_9:00-12.30

CFLI Canada logo

ขอเชิญผู้สนใจเข้าร่วมเสวนาในหัวข้อ
“สันติภาพและการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งผ่านสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม:
บริบทของอินโดนีเซีย”

ภายใต้ โครงการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาทของนักกฎหมายชายแดนใต้
ในกระบวนการสันติภาพที่ยั่งยืน (เวทีแลกเปลี่ยน 1 ประสบการณ์อินโดนีเซีย)

วันที่ 20 มกราคม 2556, เวลา 9.00 – 12.30 น.
ณ โรงแรมซี.เอส. ปัตตานี

จัดโดย
มูลนิธิผสานวัฒนธรรม (CrCF) มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม (MAC)
และ กองทุนแคนาดาเพื่อความคิดริเริ่มในท้องถิ่น (CFLI)

9:00-12.30 “สันติภาพและการแปรเปลี่ยนความขัดแย้งผ่านสิทธิมนุษยชนและความยุติธรรม:
บริบทของอินโดนีเซีย”

นาย Boedi Widjarjo
Lembaga Bantuan Hukum (LBH-Jakarta)
นาย Kamaruzaman dari Aceh
Lembaga Bantuan Hukum (LBH-Aceh)
ตัวแทนจาก International Commission of Jurist (ICJ)
ตัวแทนจาก ศูนย์ทนายความมุสลิม
ตัวแทนจาก มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

10.30-10.45 อาหารว่าง (ในห้อง)

ผู้ดำเนินรายการ: พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ

Program in English

9:00-12.30 “Peace and Conflict transformation through Human rights and Justice: Indonesia Context”

Boedi Widjarjo
Lembaga Bantuan Hukum (LBH-Jakarta)
Kamaruzaman dari Aceh
Lembaga Bantuan Hukum (LBH-Aceh)
Ms. Preechaya Lertvisedpanya
International Commission of Jurist (ICJ)
And Input from CrCF and MAC

10.30-10.45 Tea Break
Moderator: Pornpen Khongkachonkiet

ที่นั่งจำนวนจำกัดขอให้แสดงความจำนงเข้าร่วม โดยส่ง Email: crcf.justice@gmail.com

18_01_2013_Muslim Attorney Center Statement on Rohingas (Thai and English)

MAC statement on Rohinya _18 Jan 2013

Mac new logo
มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม
เผยแพร่วันที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2556

แถลงการณ์ต่อกรณีชาวโรฮิงญา

จากกรณีที่ปรากฎข่าวว่าชาวโรฮิงญา ได้ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวตามพื้นที่ต่างๆในจังหวัดภาคใต้ และมีแนวโน้มว่าอาจพบตัวกลุ่มชาวโรฮิงญาตามสถานที่ต่างๆอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลเบื้องต้นพบว่า กลุ่มคนเหล่านี้ได้หลบหนีภัยจากประเทศพม่า และต้องการแสวงหาความเป็นอยู่และความปลอดภัยที่ดีกว่าเนื่องจากชาวโรฮิงญาเป็นกลุ่มชาติพันธุ์กลุ่มหนึ่งในประเทศพม่า อีกทั้งยังเป็นชนกลุ่มน้อยที่นับถือศาสนาอิสลาม ที่ไม่ได้รับการยอมรับจากประชากรส่วนอื่นๆ ที่นับถือศาสนาที่แตกต่าง อันเป็นการละเมิดสิทธิในการนับถือศาสนา และรัฐไม่ยอมรับว่าเป็นพลเมืองของรัฐ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน ทำให้กลายเป็นปัญหาของการไร้สัญชาติ จนนำมาสู่การเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างกว้างขวาง
ชาวโรฮิงญาส่วนหนึ่งหนีภัยการสู้รบและการปฏิบัติที่เลวร้ายไปยังประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทย และหลายกรณีพบว่าชาวโรฮิงญาเหล่านี้เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะตกเป็นเหยื่อของขบวนการค้ามนุษย์ที่อาศัยความไร้สัญชาติของชาวโรฮิงญา มาเป็นเครื่องมือในการแสวงหาผลประโยชน์ ดังนี้การส่งตัวชาวโรฮิงญากลับในขณะนี้โดยเจ้าหน้าที่รัฐของประเทศไทย อาจทำให้ชาวโรฮิงญากลุ่มนี้ต้องเผชิญกับการประหัติประหาร มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม เป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางด้านกฎหมายให้แก่ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม และถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน มีความรู้สึกเห็นใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับชาวโรฮิงญา ที่ขณะนี้ลี้ภัยอยู่ในประเทศไทย และขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ของรัฐไทยที่ได้ปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรม และประชาชนผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ที่ได้รับความเดือดร้อน ทั้งนี้มูลนิธิขอเรียกร้องให้รัฐบาล รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาข้อเสนอดังต่อไปนี้
1. ขอให้รัฐบาลไทยพิจารณาหลักการตามจารีตประเพณีระหว่างประเทศ และข้อที่ 3 แห่งอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคี ในการยุตินโยบายการผลักดันชาวโรฮิงญากลับประเทศพม่า หากยังมีข้อมูลปรากฏชัดเจนว่าการส่งกลุ่มคนดังกล่าวนี้กลับไป อาจจะมีความเสี่ยงต่อการถูกประหัติประหารและการละเมิดสิทธิมนุษยชน และอาจต้องเผชิญกับการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในประเทศพม่าอีก
2. ขอให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ นักวิชาการ และภาคประชาชน ตระหนักกับปัญหาผู้ลี้ภัยชาวโรฮิงญาในประเทศไทย โดยมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการปฏิบัติของรัฐไทยต่อชาวโรฮิงญา โดยให้คำนึงถึงมนุษยธรรม ไม่แบ่งแยกเรื่องเชื้อชาติและศาสนา
3. ในระหว่างการควบคุมตามสถานที่ต่าง ๆ นี้ ขอให้หน่วยงานหรือเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องปฏิบัติต่อชาวโรฮิงญาในฐานะผู้นับถือศาสนาอิสลามโดยสามารถปฏิบัติศาสนกิจและมีอาหารที่ถูกต้องตามหลักศาสนา รวมทั้งไม่มีการพันธนาการและเอื้ออำนวยให้เข้าถืงปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ทั้งการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่เหมาะสม
4. ขอให้รัฐบาลไทยมีมาตรการในการป้องกันและปราบปรามอย่างจริงจังต่อผู้กระทำผิด ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราบการค้ามนุษย์ พ.ศ.2551 รวมทั้งให้มีการรณรงค์ให้ยุติการค้ามนุษย์ในประเทศไทยสำหรับกรณีของชาวโรฮิงญาที่ตกเป็นเหยื่อในสถานการณ์นี้
5. ขอให้รัฐบาลไทยดำเนินการหารืออย่างเร่งด่วนกับประเทศในกลุ่มประชาคมอาเซียน เพื่อหาทางออกในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภูมิภาคร่วมกัน อันเป็นหลักการร่วมกันที่รัฐบาลในอาเซียนที่ต้องการเห็นสันติภาพ ความมั่นคง ปลอดภัยและเสถียรภาพให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ทนายอนุกูล อาแวปูเต๊ะ โทร/โทรสาร : 0-7341-1486, 08-1898-7408