South Thailand: Civil Court Mediating Damage Claim as Military Trainers Accused of Torturing and Killing a Private

English version below
เผยแพร่วันที่ 9 พฤศจิกายน 2555
ใบแจ้งข่าว
ศาลแพ่งนัดประชุมการไกล่เกลี่ย ในคดีพลทหารวิเชียรถูกครูฝึกซ้อมเสียชีวิต
 
วันนี้ เวลา 9.00 น.  ศาลแพ่งนัดประชุมการไกล่เกลี่ย คดีฟ้องละเมิดเรียกค่าเสียหายจากเหตุที่พลทหารวิเชียร เผือกสม ถูกครูฝึกหน่วยฝึกทหารใหม่ อำเภอเจาะไอร้อง  จังหวัดนราธิวาส ลงโทษด้วยวิธีการซ้อมทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้พลทหารวิเชียรถึงแก่ความตาย โดยมีนางประเทือง เผือกสม มารดาของพลทหารวิเชียร เผือกสม โจทก์ ผู้แทนของกองทัพบก จำเลยที่ 2 และผู้แทนของสำนักนายกรัฐมนตรี (กอ.รมน.) จำเลยที่ 3 มาศาล  
 
จากการประชุมไกล่เกลี่ย คดีมีแนวทางตกลงกันได้ในการเยียวยาความเสียหายแก่โจทก์  แต่ผู้แทนของจำเลยขออนุญาตนำข้อเสนอของโจทก์เสนอต่อหน่วยงานที่มีอำนาจพิจารณาอนุมัติ  ซึ่งต้องใช้เวลา  ศาลจึงให้เลื่อนการประชุมไกล่เกลี่ยไปอีกหนึ่งนัด ในวันที่ 13 ธันวาคม 2555 เวลา 9.00 น.
 
ก่อนเกิดเหตุคดีนี้  พลทหารวิเชียร  เผือกสม  ได้เคยอุปสมบทเป็นพระภิกษุและศึกษาจนจบชั้นปริญญาตรีพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ผลการเรียนเกียตินิยมอันดับ 1  และสำเร็จระดับปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลการเรียนดีเยี่ยม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 พลทหารวิเชียรได้สมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารและเข้าฝึกที่หน่วยฝึกทหารใหม่  ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  อำเภอเจาะไอร้อง  จังหวัดนราธิวาส  ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2554  เจ้าหน้าที่ทหาร  10  นาย  ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียร โดยทรมานและกระทำทารุณโหดร้าย  โดยอ้างว่าพลทหารวิเชียร  เผือกสม  หลบหนีการฝึก  ทำให้พลทหารวิเชียร ได้รับบาดเจ็บสาหัส  และได้เสียชีวิตในวันที่ 5  มิถุนายน 2554  โดยสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากไตวายเฉียบพลันจากกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง
 
ทั้งนี้  ในส่วนของคดีอาญาที่นางประเทืองได้แจ้งความดำเนินคดีกับครูฝึกทหารใหม่และทหารที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียรจนถึงแก่ความตายต่อพนักงานสอบสวนในทองที่เกิดเหตุแล้ว  ปัจจุบัน อยู่ในระหว่างการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ  (ปปท.) ของกระทรวงยุติธรรม แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด
 
การลงโทษโดยทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการทารุณโหดร้าย  นอกจากจะเป็นความผิดทั้งทางอาญาและทางแพ่งแล้ว  ยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง  ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ม. 32  ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล  และละเมิดอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและมีพันธกรณีให้ปฏิบัติตามอนุสัญญาฯดังกล่าวด้วย
 
ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ
นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ สภาทนายความ 02 282 9906
นางสาวภาวิณี ชุมศรี ทนายความมูลนิธิผสานวัฒนธรรม02-6934939

For immediate release on 9 November 2012
Press Release
Civil Court Mediating Damage Claim as Military Trainers Accused of Torturing and Killing a Private
 
At 9.00 am, the Civil Court held a meeting to mediate in a suit filed for damage claim as Private Wichean Phuaksom had been subjected to punishment by military trainers in Jao Ai Rong District, Narathiwat province, causing him to die. Present at the Court today were Mrs. Prathuang Private Phuaksom, Private Wichean Phuaksom’s mother, as plaintiff, and a representative from the Royal Thai Army, second defendant, and a representative from the Office of the Prime Minister (Internal Security Operations Command – ISOC), third defendant.  
 
At the mediation, an agreement was reached to provide for remedies to the plaintiff, though the representatives of the defendants asked to bring the matter to their respective agencies for final approval, and it would take some time. Thus, the next mediation was scheduled take place on 13 December 2012 at 09.00 am.  
 
Prior to the case, Private Wichean Phuaksom used to ordain as a Buddhist monk and studied until he completed his Bachelor Degree in Buddhism with first class honors from the Faculty of Buddhist Study, Department of Religions, Mahachulalongkornrajavidyalaya University and then received his Master Degree from the Faculty of Social Work, Thammasat University with outstanding academic performance. On 1 May 2011, Private Wichean applied as a draftee and went for training at the training center for draftees in the Krom Luang Naradhiwas Rajanagarindra Military Camp, Jao Ai Rong District, Narathiwat province. On 1 June 2011, ten military officers allegedly physically abused him and tortured him claming he was to skip the training. As a result, he sustained serious injuries and later died on 5 June 2011. It was reported that he died of sudden renal failure due to severe muscle wounds.  
 
A separate criminal suit has been filed against the trainers and other military officers who have fatally beaten Private Wichean, but it has progressed slowly. At present, the case is being reviewed for any criminal liability by the Office of Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC) under the Ministry of Justice and not so much progress has been made.  
 
Apart from its criminal and civil liability, severe and cruel punishment constitutes grave human rights violation and breaches Section 32 of the 2007 Constitution regarding the right and liberty in his or her life and person as well as breaches the Convention Against Torture and other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment (CAT) to which Thailand is obliged to follow as a state party.  
——————————————————————————————————————-
For more information, please contact;
Mr. Manu Manuratsada, Attorney, LCT phone 02 282 9906
Ms. Pawinee Chumsri , Attorney, Cross Cultural Foundation 02-6934939

Advertisements