English version is below มูลนิธิผสานวัฒนธรรม

เผยแพร่วันที่ 1 ตุลาคม 2555

*ขออภัยหากได้รับข้อมูลซ้ำซ้อน

ใบแจ้งข่าว

ศาลนัดไกล่เกลี่ย คดีญาติฟ้องฝ่ายทหารเรียกค่าเสียหาย

กรณีพลทหารวิเชียรถูกครูฝึกซ้อมจนเสียชีวิต

 

ตามที่นางประเทือง เผือกสม มารดาของพลทหารวิเชียร  เผือกสม  ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องที่ศาลแพ่ง  เรียกค่าเสียหายจากกระทรวงกลาโหม  กองทัพบก และสำนักนายกรัฐมนตรี  เป็นจำเลย  ให้รับผิดชดใช้ค่าเสียหาย  กรณีที่ถูกครูฝึกทหารใหม่ได้ลงโทษพลทหารวิเชียร  ด้วยการทำร้ายร่างกายโดยทรมานทารุณโหดร้ายจนเป็นเหตุให้พลทหารวิเชียรถึงแก่ความตาย เหตุเกิดที่ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  อำเภอเจาะไอร้อง  จังหวัดนราธิวาส 

 

วันนี้ 1 ต.ค. 55 เวลา  9.00 น.  ซึ่งเป็นวันนัดพร้อม   ศาลได้มีคำสั่งให้ส่งคดีเข้าสู่ศูนย์ไกล่เกลี่ย ก่อนสืบพยานโจทก์จำเลย เนื่องจากคดีมีโอกาสเจรจาตกลงกันได้ เพื่อประโยชน์ของคู่ความทั้งสองฝ่าย  ในวันที่ 9  พฤศจิกายน  2555 เวลา 09.00 น.  และเพื่อให้การดำเนินกระบวนพิจารณาเป็นไปด้วยความรวดเร็ว จึงได้กำหนดวันนัดสืบพยานโจทก์เป็นวันที่ 18 ธันวาคม  2555 เวลา 9.00-16.00 น. ด้วย

 

พลทหารวิเชียร  เผือกสม  ได้เคยอุปสมบทเป็นพระภิกษุและศึกษาจนจบชั้นปริญญาพุทธศาสตรบัณฑิต (พธ.บ.) คณะพุทธศาสตร์ สาขาวิชาศาสนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ผลการเรียนเกียตินิยมอันดับ 1   และสำเร็จระดับปริญญาโท คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผลการเรียนดีเยี่ยม เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม 2554 พลทหารวิเชียรได้สมัครเข้ารับการเกณฑ์ทหารและเข้าฝึกที่หน่วยฝึกทหารใหม่  ค่ายกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์  อำเภอเจาะไอร้อง  จังหวัดนราธิวาส  ต่อมาวันที่ 1 มิถุนายน 2554  เจ้าหน้าที่ทหาร  10  นาย  ได้ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียร โดยทรมานและกระทำทารุณโหดร้าย  โดยอ้างว่าพลทหารวิเชียร  เผือกสม  หลบหนีการฝึก  ทำให้พลทหารวิเชียร ได้รับบาดเจ็บสาหัส  และได้เสียชีวิตในวันที่ 5  มิถุนายน 2554  โดยสาเหตุการเสียชีวิตเนื่องจากไตวายเฉียบพลันจากกล้ามเนื้อได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรง  

 

ทั้งนี้  ในส่วนของคดีอาญาที่นางประเทืองได้แจ้งความดำเนินคดีกับครูฝึกทหารใหม่และทหารที่ร่วมกันทำร้ายร่างกายพลทหารวิเชียรจนถึงแก่ความตายนั้น   ยังมีความล่าช้าอยากมาก  ซึ่งขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการชี้มูลความผิดของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตในภาครัฐ  (ปปท.) ของกระทรวงยุติธรรม แต่ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด

 

การลงโทษโดยทำร้ายร่างกายด้วยวิธีการทารุณโหดร้าย  นอกจากจะเป็นความผิดท้ังทางอาญาและทางแพ่งแล้ว  ยังเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง  ขัดต่อบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย 2550 ม. 32  ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล  และละเมิดอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือย่ำยีศักดิ์ศรี ที่ประเทศไทยเป็นรัฐภาคีและมีพันธกรณีให้ปฏิบัติตามอนุสัญญาฯดังกล่าวด้วย

 

ข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ

นายรัษฎา มนูรัษฎา ทนายความ สภาทนายความ 02 282 9906

นางสาวภาวิณี  ชุมศรี  ทนายความ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม 02 693 4939 

*Sorry for cross-posting
 
Press Release
Mediation Scheduled by Court on Damage Claim Against the Military:
The case of Private Wichean who was beaten to death by military trainer
 
In pursuant to a civil suit launched by Mrs. Prathuang Private Phuaksom, Private Wichean Phuaksom’s mother, asking for compensation from the Ministry of Defence, the Royal Thai Army, and the Office of the Prime Minister as the authorities are in charge of the military officers who allegedly tortured Private Wichean until he died, while he was a draftee. The incidence took place at Naradhiwas Rajanagarindra Military Camp, Jao Ai Rong District, Narathiwat province.  
 
At 09.00 on 1 October 2012, the Court ordered the transfer of the case to the Center for Mediation prior to the examination of prosecution witnesses since it is possible that a compromise can be reached in the mutual interest of both parties. The mediation shall take place at 09.00 on 9 November 2012 and to expedite the process, the prosecution witness examination is set to begin on 18 December 2012 from 9.00-16.00.
 
Private Wichean Phuaksom used to ordain as a Buddhist monk and studied until he completed his Bachelor Degree in Buddhism with first class honors from the Faculty of Buddhist Study, Department of Religions, Mahachulalongkornrajavidyalaya University and then received his Master Degree from the Faculty of Social Work, Thammasat University with outstanding academic performance. On 1 May 2011, Private Wichean applied as a draftee and went for training at the training center for draftees in the Krom Luang Naradhiwas Rajanagarindra Military Camp, Jao Ai Rong District, Narathiwat province. On 1 June 2011, ten military officers allegedly physically abused him and tortured him claming he was to skip the training. As a result, he sustained serious injuries and later died on 5 June 2011. It was reported that he died of sudden renal failure due to severe muscle wounds.  
 
A separate criminal suit has been filed against the trainers and other military officers who have fatally beaten Private Wichean, but it has progressed slowly. At present, the case is being reviewed for any criminal liability by the Office of Public Sector Anti-Corruption Commission (PACC) under the Ministry of Justice and not so much progress has been made.  
 
Apart from its criminal and civil liability, severe and cruel punishment constitutes grave human rights violation and breaches Section 32 of the 2007 Constitution regarding the right and liberty in his or her life and person as well as breaches the Convention Against Torture and other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment (CAT) to which Thailand is obliged to follow as a state party.  
——————————————————————————————————————- 
For more information, please contact;
Mr. Manu Manuratsada, Attorney, LCT phone 02 282 9906
Mr. Preeda Nakpew, Attorney, CrCF phone 02 693 4939
 

Advertisements