Blog

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม BLOG :#คนหาย2019… 15 ปี สมชาย นีละไพจิตร และเสียงจากผู้สูญหาย

15 ปี สมชาย นีละไพจิตร และเสียงจากผู้สูญหาย สมชาย นีละไพจิตร ทนายสมชาย นีละไพจิตร พื้นเพเป็นคนจังหวัดกรุงเทพมหานคร การที่เขาเกิดในครอบครัวชาวนา ทำให้รับรู้รับทราบความยากลำบากที่คนจนจะต้องเผชิญในการ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างดีสมชายจึงมีความตั้งใจและบากบั่น เรียนหนังสือเพื่อประกอบอาชีพทนายความ เนื่องจากว่าเขาอยากว่าความ ให้ชาวนา และคนยากจน ตลอดระยะเวลา 20 ปีของการประกอบอาชีพ ทนายความ สมชายได้ทำหน้าที่ว่าความให้แก่ลูกความหลากหลาย ไม่เลือกเฉพาะเจาะจงเชื้อชาติ และศาสนาใด เขามีความสนใจทำคดี ด้านสิทธิมนุษยชนเป็นพิเศษ ทนายสมชาย ได้รับเลือกเป็นรองประธาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนสภาทนายความ และต่อมาได้รับเลือกเป็น ประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิมแห่งประเทศไทย สมชาย มักประสบความสำเร็จในคดีที่เขาอาสาเข้าไปทำ จึงอาจเป็น สาเหตุหนึ่งที่เขาสร้างความไม่พอใจให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ สมชายเริ่มหันไปทำคดีอาสาที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ความไม่สงบ ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ตั้งแต่ ทศวรรษ 2530 สมชายเริ่มมองเห็นว่า กฎอัยการศึก ที่บังคับใช้อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีช่องว่างที่นำไปสู่ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ดังกล่าว ดังนั้น เขาจึงเริ่มรณรงค์ยกเลิก กฎอัยการศึกในพื้นที่ดังกล่าว ก่อนหน้าที่เขาถูกบังคับสูญหายไปในวันที่ 12 มีนาคม 2547 เขาได้ส่ง จดหมายร้องเรียนเรื่องการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วยการซ้อมทรมาน ผู้ต้องหา ซึ่งเป็นลูกความของเขา… Continue reading มูลนิธิผสานวัฒนธรรม BLOG :#คนหาย2019… 15 ปี สมชาย นีละไพจิตร และเสียงจากผู้สูญหาย

Advertisements
Press Release

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ศาลจังหวัดปราจีนบุรีพิพากษารอลงอาญา 2 ปี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานความผิดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อช่วยกลุ่มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ

ใบแจ้งข่าว   ศาลจังหวัดปราจีนบุรีพิพากษารอลงอาญา 2 ปี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานความผิดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อช่วยกลุ่มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ             สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2560 นายฤทธิรงค์ ชื่นจิตร  ในฐานะโจทก์ที่ 1 และ นายสมศักดิ์ชื่นจิตร (บิดา) โจทก์ที่ 2 ได้ยื่นฟ้อง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนหนึ่ง ซึ่งได้เป็นพยานให้การเท็จ ต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.)  เพื่อช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ ในเรื่องที่ นายฤทธิรงค์ร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดปราจีนบุรี 5 คนว่าซ้อมทรมานตน โดยยื่นฟ้องต่อศาล จังหวัดปราจีนบุรี เป็นคดีอาญา หมายเลขดำที่ 1009/2560 ในข้อหา ความผิดต่อเจ้าพนักงาน ความผิดต่อเจ้าพนักงานในการยุติธรรม และความผิดเกี่ยวกับเอกสาร โดย แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย เป็นการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับความผิดอาญาแก่พนักงานอัยการ ผู้ว่าคดี พนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย  และเป็นการแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จ ลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา  137, 172 และ 267              เหตุที่นายฤทธิรงค์และบิดายื่นฟ้องคดีนี้เนื่องจาก เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2556 ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นคนดังกล่าวได้เข้าให้ถ้อยคำต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนข้อเท็จจริง ของป.ป.ท. ในฐานะพยาน ด้วยข้อความอันเป็นเท็จเพื่อช่วยเหลือตำรวจทั้ง 5 ราย ให้พ้นข้อกล่าวหาเรื่องซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ และยังได้กล่าวให้ร้ายแก่นายฤทธิรงค์และนายสมศักดิ์  ทำให้นายฤทธิรงค์และนายสมศักดิ์ได้รับความเสียหายจากการแจ้งข้อความอันเป็นเท็จดังกล่าว    … Continue reading มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : ศาลจังหวัดปราจีนบุรีพิพากษารอลงอาญา 2 ปี ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในฐานความผิดแจ้งข้อความอันเป็นเท็จเพื่อช่วยกลุ่มตำรวจที่ซ้อมทรมานนายฤทธิรงค์ฯ

Uncategorized

หลักการและเหตุผล: 14 ธค. 2561 เสนอร่างพรบ.ทรมาน อุ้มหาย เข้าสนช. 20ธค 2561

84162_0003 ร่างพรบ.ทรมานอุ้มหาย ยธ ชง ร่างพรบ เข้าสนช 20 dec 2018 1ร่าง พรบ.ทรมาน-33 มาตรา (ฉบ 1ร่าง พรบ.ทรมาน-33 มาตรา (ฉบ

Blog, Uncategorized

Ms.Nittaya Muangklang# LandrightsWHRD2019

Source: Protection International Born a peasant, Ms.Nittaya Muangklang has changed from a farmer to a defender of land rights and a WHRD. Her community has been directly affected by the policy. She has been collaborating with villagers in other affected communities countrywide and has become part of the People's Movement for Just Society (P-Move). Through collaboration with various… Continue reading Ms.Nittaya Muangklang# LandrightsWHRD2019

Blog, Case Schedule, rule of law, Uncategorized

Two families filed civil cases against Royal Thai army on two extrajudicial killings: Mr. Chaiyapum Pasae case and Mr. Abay Moo (22 May 2019, Civil court Bangkok)

HRLA/CrCF/Protection International/TVS For immediate release on 17 May 2019 Media are invited to attend the hearing: Abay Moo’s and Chaiyaphum Pasae’s families demanding damages from the Royal Thai Army as Abay Moo and Chaiyaphum Pasae have allegedly been shot dead by soldiers On 15 February 2017 in Chiang Dao District, Chiang Mai, soldiers stationed at… Continue reading Two families filed civil cases against Royal Thai army on two extrajudicial killings: Mr. Chaiyapum Pasae case and Mr. Abay Moo (22 May 2019, Civil court Bangkok)

Blog, CAT anti torture, rule of law

ขอเชิญสื่อมวลชน: วันที่ 22 พค. 62 ศาลแพ่ง รัชดา กรุงเทพ กรณีครอบครัวนาย อะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก อันเนื่องจากที่นาย อะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต

เผยแพร่วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 HRLA/CrCF/Protection International/TVS ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมทำข่าว กรณีครอบครัวนาย อะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส          ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก อันเนื่องจากที่นาย อะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต   จากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 พื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เจ้าหน้าที่ทหารซึ่งประจำอยู่ที่ด่านตรวจบ้านรินหลวง  ต.เมืองนะ  อ.เชียงดาว  จ.เชียงใหม่ ใช้อาวุธปืนยิงนายอะเบ แซ่หมู่ (ชาติพันธุ์ลีซู) จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต โดยอ้างว่านายอะเบ จะขว้างอาวุธระเบิดที่นายอะเบใส่เจ้าหน้าที่ จึงจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนยิงสังหารนายอะเบ เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และกล่าวหาว่านายอะเบมียาเสพติดประเภทเฮโรอีน 2 หลอดซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าสะพาย  เหตุเกิด ณ บริเวณถนนระหว่างบ้านรินหลวง-บ้านป่าบงงามลีซอ ซึ่งอยู่เลยด่านตรวจบ้านรินหลวงไม่ไกลนัก   จากนั้น เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2560 เจ้าหน้าที่ทหารอีกชุดหนึ่ง ซึ่งประจำอยู่ที่ด่านบ้านรินหลวงเช่นเดียวกัน… Continue reading ขอเชิญสื่อมวลชน: วันที่ 22 พค. 62 ศาลแพ่ง รัชดา กรุงเทพ กรณีครอบครัวนาย อะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส ยื่นฟ้องเรียกค่าเสียหายจากกองทัพบก อันเนื่องจากที่นาย อะเบ แซ่หมู่ และนายชัยภูมิ ป่าแส ถูกเจ้าหน้าที่ทหารใช้อาวุธปืนยิงเสียชีวิต

Blog, CAT anti torture

ที่นี่ไม่มีสวรรค์ของ LGBTI: การซ้อมทรมานผู้มีความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยและในบริบทโลก โดยชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยประจำมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

ที่นี่ไม่มีสวรรค์ของ LGBTI: การซ้อมทรมานผู้มีความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยและในบริบทโลก  นาย ชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัย มูลนิธิผสานวัฒนธรรม เผยแพร่ที่: https://prachatai.com/journal/2019/05/82450 “มีนิสิตชายคนหนึ่งถูกฟ้องว่าทำร้ายร่างกายตุ๊ดซึ่งไม่รู้จักกันมาก่อน ...ก็คือผู้ชายอ่ะเนอะ เดิน ๆ ไปเหลือบเห็นอะไรขวางลูกหูลูกตา เห็นอะไรผิดปกติ มันก็ต้องทนไม่ได้ ต้องเข้าไปเตะต่อยสักยกสองยก ให้เรียนรู้ว่ามันไม่สมควรมีชีวิตอยู่แบบนั้นต่อหน้าผู้ชายอย่างเรา ...ผมเป็นกรรมการ ผมก็พยายามพลิกระเบียบหาช่องทางให้ชายคนนั้นถูกตัดคะแนนน้อยที่สุด เพราะถ้าเป็นผม ผมคงลงไม้ลงมือจัดการกับตุ๊ดพวกนี้ให้หนักกว่านั้นอีกหลายเท่า” ““พวกตุ๊ดไม่สมควรได้เรียนหนังสือ ไปแก้ไขตัวเองให้ได้ก่อน” “ทอมเนี่ย ถ้าโดนผู้ชายขืนใจสักครั้งสองครั้ง รับรองติดใจ เปลี่ยนพฤติกรรม กลับเป็นหญิงแน่นอน” - อาจารย์คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   ตั้งแต่วันที่ 16 มกราคม 2562 ที่ผ่านมา ประชาชนจำนวนมากได้ออกมาต่อต้านแนวคิดกดขี่ผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTI)[1] ของอาจารย์วิชาจิตวิทยาการศึกษาและจิตวิทยาสำหรับครู ประจำคณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ข้อความที่ยกมาข้างต้นเป็นคำพูดส่วนหนึ่งจากคลิปเสียงของอาจารย์คนดังกล่าวที่ถูกนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ โดยเนื้อหาโดยรวมเป็นการสนับสนุน เห็นชอบกับการใช้ความรุนแรง การซ้อมทรมาน ทารุณกรรม และเลือกปฏิบัติต่อ LGBTI[2] นิสิตที่เคยเรียนวิชาของอาจารย์คนนี้หลายคนได้ออกมายืนยันในโซเชียลมีเดียว่า ข้อความเหล่านี้เป็นความจริง นอกจากนี้ ยังมีนิสิตหญิงข้ามเพศออกมาเปิดเผยว่า… Continue reading ที่นี่ไม่มีสวรรค์ของ LGBTI: การซ้อมทรมานผู้มีความหลากหลายทางเพศในสังคมไทยและในบริบทโลก โดยชนาธิป ตติยการุณวงศ์ นักวิจัยประจำมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

Press Release, Uncategorized

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ใบแจ้งข่าว : นัดสืบพยานโจทก์ จำเลยวันที่ 10 และ 11 กันยายน 2562 คดีนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรกล่าวหานักวิชาการอิสระที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา

เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม 2562 ศาลจังหวัดมีนบุรีออกนั่งพิจารณา นัดตรวจพยานหลักฐานในคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.6246/2561 กรณีนายชัยวัฒน์  ลิ้มลิขิตอักษร กล่าวหานายวุฒิ บุญเลิศ นักวิชาการอิสระที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อกลุ่มชาติพันธุ์กะเหรี่ยงข้อหาหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา โดยในวันดังกล่าว ทางด้านโจทก์ (พนักงานอัยการ) และทนายความของโจทก์ร่วม (นายชัยวัฒน์ฯ) แถลงต่อศาลติดใจสืบพยานโจทก์ทั้งหมด 5 ปาก ส่วนทางด้านจำเลยทั้งสองได้แก่ นาย สมัคร ดอนนาปี และนายวุฒิ บุญเลิศ ติดใจสืบพยานทั้งหมด 5 ปากเช่นกัน นายวุฒิ บุญเลิศ ยืนยันว่าข้อความที่ตนโพสต์เป็นเรื่องที่มีการตรวจสอบของสื่อมวลชนซึ่งเผยแพร่ต่อสาธารณะมาก่อนหน้านี้แล้วเกี่ยวกับการเรียกร้องให้หน่วยงานของรัฐตรวจสอบไร่ชัยราชพฤกษ์ ที่มีผู้ครอบครองอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ  และตน(นายวุฒิฯ) ก็โพสต์ข้อความนั้นเพื่อต้องการให้มีการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสชัดเจนต่อสาธารณชน เพราะผืนป่าเป็นทรัพยากรสำคัญของชาติที่ประชาชนต้องการให้รัฐปกป้องคุ้มครอง  การที่ตนโพสต์ข้อความที่ไม่มีส่วนใดกล่าวถึงนายชัยวัฒน์ฯ เลยนั้น จึงเป็นที่น่าสงสัยว่าการที่นายชัยวัฒน์ฯ ดำเนินคดีกับตนจะเป็นการกลั่นแกล้ง เป็นการใช้สิทธิทางศาลโดยไม่สุจริต                   ศาลพิเคราะห์แล้วจึงได้นัดวันสืบพยานโจทก์ โจทก์ร่วม จำนวน 1 นัด และจำเลยทั้งสอง จำนวน 1 นัด ในวันที่ 10 กันยายน และ 11 กันยายน 2562 ตามลำดับ