E-Book คู่มือ สิทธิมนุษยชน นิติวิทยาศาสตร์ และนิติเวชศาสตร์ สำหรับทนายความ

download here

Advertisements

CrCF Blog: เรื่องจริงมีอยู่ว่า “โลกไม่ได้สวยขนาดนั้น”

DSC_0012

เรื่องจริงมีอยู่ว่า “โลกไม่ได้สวยขนาดนั้น”

    “บูธนี้มีแต่เรื่องโหดร้ายจังเลยค่ะ” คำนี้เป็นคำพูดสะท้อนจากน้องนักศึกษาหญิงคนหนึ่งหลังจากการเข้าชมบูธ และรับฟังคำอธิบายประกอบรูปภาพนิทรรศการที่ทางผู้จัดงานนำไปจัดในงานวันชนเผ่าพื้นเมือง ที่มหาวิทยาลัยราชฎักเชียงราย ที่ผ่านมา

    งานวันชนเผ่าพื้นเมือง เมื่อวันที่ 8-10 สิงหาคม 2561 ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมได้มีโอกาสไปจัดนิทรรศการเล็กๆ ที่ประกอบด้วย รูปภาพของปู่คออี้ มีมิ ชาติพันธุ์กระเหรี่ยงบางกลอยที่ได้ถ่ายบัตรประชาชนครั้งแรกขณะที่ตนอายุ 107 ปี และรูปภาพของนายชัยภูมิ ป่าแส นักกิจกรรมเรื่องสิทธิของคนไร้สัญชาติ และแม่ของนายอาเบ แซ่หมู่ ทั้งชัยภูมิและอาเบถูกเจ้าหน้าที่ทำให้เสียชีวิต ในช่วงหนึ่งของการจัดนิทรรศการ มีนักศึกษาหญิงกลุ่มหนึ่งเดินมาชมที่บูธของเรา และถามรายละเอียด ว่า “บุคคลเหล่านี้เป็นใครเหรอคะ?” “ภาพนี้ขายเหรอคะ?” ผู้จัดจึงได้อธิบาย และได้เล่าถึงเรื่องราวของปู่คออี้ มีมิ และกรณีการหายตัวไปของหลานปู่คออี้ คือนายบิลลี่ พอละจี ซึ่งเขาเป็นนักต่อสู้ด้านสิทธิในที่ดินทำกิน ที่ถูกบังคับให้หายตัวไปเกือบ 5 ปีแล้ว น้องจึงกล่าวกลับมาว่า “บูธนี้มีแต่เรื่องโหดร้ายจังเลยค่ะ” แม้งานดังกล่าวจะสิ้นสุดแล้วในปีนี้ แต่คำกล่าวดังกล่าว ยังคงสะท้อนเข้ามาในหัวให้ผู้จัดงานต้องทบทวน และหาเหตุผล เพื่อทำความเข้าใจกับคำพูดดังกล่าวมากยิ่งขึ้น

DSC_0258.jpg

    ผู้เขียนรู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้มาเผยแพร่เรื่องราวต่างๆ ให้นักศึกษาหญิงกลุ่มนี้ได้ทราบว่า โลกไม่ได้สวยขนาดนั้น และจากคำพูดดังกล่าวนั้น ผู้เขียนก็รู้สึกยินดียิ่งขึ้นไปอีกที่ได้รับการตอบรับจากผู้ร่วมชมบูธกลับมาด้วยเช่นกัน แต่อย่างไรก็ตาม คำพูดนั้นสะท้อนความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนของคนในสังคม ไว้ดังนี้

    ประการแรก นักศึกษาหญิงกลุ่มนี้ไม่ได้รับรู้ ไม่ได้ติดตามประเด็นเรื่องสิทธิมนุษยชน หรือเพราะการเข้าไม่ถึงข้อมูล เมื่อได้ฟังเรื่องของการฆาตกรรมโดยเจ้าหน้าที่รัฐหรือที่เรียกว่า วิสามัญฆาตกรรม และการบังคับบุคคลให้สูญหาย จึงทำให้ผู้พูดตกใจ และพูดออกมาอย่างนั้น

    ประการที่สอง พื้นที่ที่นักศึกษาหญิงกลุ่มนี้อยู่ไม่ได้ให้ความสนใจ หรือการเผยแพร่ข่าวสารของสื่อยังเข้าไม่ถึงนักศึกษาหญิงกลุ่มนี้ เมื่อได้ฟังจึงมองว่าเป็นเรื่องโหดร้ายสำหรับตนเอง

    ประการที่สาม ความเข้าใจเรื่องสิทธิมนุษยชนมีเพียงเล็กน้อยสำหรับคนในสังคมไทย ทำให้คนส่วนใหญ่ในสังคมไม่ตระหนักถึงสิทธิต่างๆ ที่ตนจะพึงมีพึงได้รับ การละเมิดสิทธิมนุษยชนของบุคคลจึงกลายเป็นเรื่องของคนอื่น ไม่เกี่ยวกับตน ทั้งๆที่สิทธิมนุษยชนแท้จริงแล้ว เป็นสิทธิที่มีอยู่แล้วตามธรรมชาติ และติดตัวของแต่ละคนมาแต่กำเนิด ดังนั้นจึงถือเรื่องของทุกคน ไม่ใช่เรื่องของคนใดคนหนึ่ง

DSC_0499

    ดังเหตุและผลที่กล่าวมาข้างต้นทำให้ผู้เขียนมีความเข้าใจนักศึกษาหญิงกลุ่มนี้มากยิ่งขึ้น และหวังว่าเหตุการณ์บอกเล่าในครั้งนั้นจะทำให้กลุ่มนักศึกษาหญิงหันมาตระหนักในสิทธิของตัวเอง และคนอื่นมากยิ่งขึ้น เพราะโลกเราไม่ได้มีเพียงด้านเดียว ยังคงมีการฆ่า การบังคับคนให้สูญหาย การละเมิดสิทธิของบุคคลอื่นเกิดขึ้นในชีวิตจริง และการไม่รู้สิทธิของตนเอง การไม่เคารพคนอื่น จะนำมาซึ่งการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต ซึ่งจากที่กล่าวมานี้เป็นเพียงมุมมองเพียงด้านเดียวของผู้เขียนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อนักศึกษาหญิงกลุ่มดังกล่าวแต่อย่างใด โดยผู้เขียนถือเป็นการให้ความรู้ และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความโหดร้ายของโลกใบนี้ต่อกันเท่านั้น และจากคำพูดดังกล่าวนี้ ถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการวางแผนการทำงานในอนาคตของผู้เขียนเองและทีมผู้จัดนิทรรศการต่อไป เพราะยังมีผู้คนจำนวนอีกไม่น้อยยังคงมองไม่เห็นสิทธิในตัวเอง และเราจะเป็นส่วนหนึ่งเล็กๆที่ทำให้ทุกคนตระหนักและใส่ใจคำว่าสิทธิมนุษยชนมากยิ่งขึ้นต่อไป

CrCF Blog: 10 วันแรกกับมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

 

39211584_560792584337402_5983464311815667712_n

หลังจากผลัดมาหนึ่งเดือน ก็ถึงเวลาที่ต้องหันหลังให้กับสายลมและเกรียวคลื่นของทะเลบางแสน แสงแดดที่เคยให้ความอบอุ่นตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมาวันนี้มันอบอุ่นและเศร้ากว่าวันไหนๆ ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่ทะเลอยู่กับเราทั้งเวลาที่สุขและทุกข์ มีเสียงคลื่นที่คอยปลอบประโลมหัวใจของผมที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและคราบน้ำตา เวลาเพียงสี่ปีมันเร็วกว่าเสี้ยววินาทีที่ดอกไม้ไฟถูกจุดจากชายหาดจะส่องแสงสีสวยงามบนท้องฟ้า ก่อนจะหายไปเหลือไว้เพียงความมืดของท้องฟ้ายามราตรีเพียงชั่วพริบตานั้น เราก็ไม่อาจเห็นแสงสว่างจากดอกไม้ไฟเสียแล้ว ความทรงจำของผมกว่าครึ่งเกิดขึ้นที่นี่ที่มหาวิทยาลัยเล็กๆ ที่มีลูกระนาดมากกว่าอาคารเรียน ที่ม้าหินอ่อนตัวเก่าหน้าชมรมอาสา ที่ชายหาดที่เราใช้เวลากับมันมากว่าห้องเลคเชอร์ และมันจะยังอยู่ที่นั่นรอให้เรากลับไปเปิดดูและคิดถึงมันอยู่เสมอ แม้ว่าจะไม่อยากเอ่ยคำอำลาแต่ ทุกอย่างก็มีเวลาของมัน นี่เป็นการออกจากห้องครั้งสุดท้ายของผม แล้วคงไม่มีโอกาสที่จะได้เปิดประตูบานนี้ในฐานะนิสิตมหาวิทยาลัยบูรพาอีก ขอบคุณที่คอยสอนเราด้วยความเจ็บปวดและโอบกอดเราด้วยความรัก ลาก่อนบางแสน นี่คือการปิดเพื่อเปิดประตูบานใหม่ที่จะให้ผมได้เข้าไปเรียนรู้โลกจากอีกมุมมองหนึ่ง โลกในมุมมองของอาสาสมัครนักสิทธิรุ่น 13 ผ่านมูลนิธิผสานวัฒนธรรม

38878152_2170758836502880_7298757742242562048_n

ความประทับใจในการทำงานกับองค์กรตลอดสิบวันที่ผ่านมาก็คงจะเป็นเรื่อง Surprise ที่มีเข้ามาตลอด ตั้งแต่วันแรกที่เดินทางไปทำงานตั้งแต่ก้าวแรกที่เดินออกมาจากสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินสุทธิสาร เป็นเช้าของวันพุธที่ 1 ของเดือน สิงหาคม ที่ผมรู้ เข้าใจความรู้สึกของคำว่า การก้าวเดินในทางที่ผิดมันทำให้เสียเวลาในชีวิตกว่าสิบห้านาทีที่เดินในทางผิดก่อนที่ผมจะกลับตัวได้ หลังจากที่ได้เปิดจีพีเอสเวลาก็ได้ล่วงเลยไปเกินกว่าแปดโมงครึ่งแล้ว แต่โชคดีที่เรายังพอมีเวลาได้แวะพักทานอาหารเช้ามื้อแรกในเมืองกรุงก่อนที่จะเข้าไปทำงาน งานแรกของผมคือการเขียนแนะนำตัวเอง นี่เป็นงานเขียนเกี่ยวกับตัวเองเป็นงานแรกของผมแล้วหลังจากวันนั้นเรื่อง Surprise อื่นๆก็ตามมา ในวันที่สองของการทำงานระหว่างอบรมการทำ Info-graphic ในช่วงบ่ายก็มีคำชักชวนจากพี่ที่ทำงานให้เราไปศาลอาญาในวันศุกร์นี้ ความรู้สึกแรกคือเราต้องไปทำอะไรบ้าง การไปที่ศาลต้องทำตัวยังไง แล้วเรามีหน้าที่ที่ต้องทำอะไรและแน่นอนนี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้เอาตัวเองเข้าไปใกล้ศาลมากที่สุด มันเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เราได้ไปรู้ว่าในห้องพิจารณาเป็นอย่างไร แต่ก็มีความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้หลังจากได้เข้าไปเห็นซึ่งก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่ดีแน่ๆ พอถึงตอนบ่ายก็ต้องโยกย้ายจากศาลอาญาไปคุยงานที่ร้านอาหารร้านนึงแถวอารีย์ หลังจากคุยเสร็จก็แยกย้าย ระหว่างทางกลับ ผมเห็นการจราจรที่เร่งรีบฝุ่นและควันจากท่อไอเสียของรถยนต์ร้านค้าแผงลอย ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะขายพระเครื่องตลอดทางก่อนถึงทางเลี้ยวเข้าวัดไผ่ตัน ผมพักอยู่ที่นี่ที่หอพักตรงข้ามวัดไผ่ตัน ที่นี่เป็นอาคารสูงประมาณสามถึงสี่ชั้น ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆ คือมีหมาตัวอ้วนกลมสองตัวมาเห่าต้อนรับมนุษย์แปลกหน้าที่พึ่งจะย้ายมาอยู่ได้แค่สามวัน แม้ท่าทางของมันจะไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไรแต่ก็รู้สึกอบอุ่นที่มันออกมา ไม่เป็นไรอีกซักหน่อยเราคงได้เป็นเพื่อนกันไอ้หมาอ้วน

39127252_515042422282507_1773576443888926720_n

หลังจากเข้าไปในห้องแล้ว ผมก็ทำธุระส่วนตัวอาบน้ำและกินข้าวเหนียวหมูที่พึ่งซื้อมาจากปากซอย ก่อนจะเปิดคอมพิวเตอร์ฟังเพลงและอ่านบทความเรื่อยเปื่อยจนกระทั่งตอนดึก ก่อนที่ผมจะเดินออกมาจากโลกโซเชียลก็มีข้อความแปลกประหลาดจากพี่ที่ทำงานส่งมาว่า “เดียไปดูงานกับพี่ที่เชียงรายไหม วันที่ 8-10 เป็นงานชนเผ่าพื้นเมือง” หลังจากคุยรายละเอียดซักพัก ผมก็ตอบตกลงที่จะไปเปิดรับประสบการณ์เกี่ยวกับชนเผ่าพื้นเมือง ทั้งที่ตอนนั้นไม่มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย ในวันเสาร์อาทิตย์ผมใช้เวลากับการพักผ่อนที่จังหวัดกาญจนบุรี ก่อนจะเข้าฟังประชุมประจำเดือนขององค์กรในเช้าวันจันทร์ที่ 6 และพบกับเรื่อง Surprise อีกเรื่องนึงคือเราไม่ได้เดินทางไปเชียงรายวันที่ 8 แต่เป็นวันที่ 7 ทำให้ผมต้องรีบจัดการกับกองเสื้อผ้าที่ทิ้งไว้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมาภายในคืนนั้น ถึงช่วงการเตรียมตัวจะไม่ค่อยราบรื่นเท่าไรแต่การเดินทางครั้งนี้ก็เป็นไปโดยสวัสดิภาพ

39154797_1107904902708451_5166472780912263168_n

ภายในงานชนเผ่าพื้นเมืองในครั้งนี้ ทำให้ผมได้เห็นความสวยงามของวัฒนธรรมและความลำบากของการเป็นคนชายขอบไปพร้อมกัน การได้พูดคุยกับกลุ่มชาติพันธุ์ รวมถึงบรรยากาศภายในงานทำให้มีแรงบันดาลใจบางอย่าง และได้เก็บมันเข้าไว้ในส่วนที่ผมอยากจะเห็นในอนาคตของประเทศนี้ ก็คือการที่ได้เห็นการยอมรับกลุ่มชาติพันธุ์และเคารพความหลากหลายทางวัฒนธรรม ตลอดจนระบบการคัดสรรตัวแทนประชาชนจากประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง และนี่ก็เป็นงานเขียนเกี่ยวกับตัวผมเองชิ้นที่สอง ขอบคุณความทรงจำดีๆ ตลอดสิบวันที่ผ่านมา

ความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน คืออะไร What is Transitional Justice

34411591_10217069972525363_592061181624057856_n

English version:

What is TJ Factsheet – 4 pages – English – Edited for printing (1)

Thai version:

What is TJ Factsheet – 4 pages – Thai

 

เอกสารสี่หน้ากระดาษนี้จะทำให้คุณเข้าใจว่าความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่าน คืออะไร

ในช่วงที่ประเทศต้องตกอยู่ในความมืดมิดภายใต้เผด็จการและความขัดแย้ง การละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงกว้างขวาง โดยที่ความจริงจะถูกปิดบังซ่อนเร้นและถูกบิดเบือน  แม้หลังจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่ประชาธิปไตยผู้กระทำความผิดจำนวนมากยังมักได้รับการปกป้องให้ลอยนวลพ้นผิด  ในหลายกรณีพวกเขายังคงอยู่ในอำนาจและใช้อำนาจในการบิดเบือนเรื่องราวของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

สถาบันที่มีอำนาจหน้าที่ในการปกป้องคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชนก็อ่อนแอหรือพิกลพิการ ดังนั้นเพื่อที่จะสร้างประชาธิปไตยที่เสรีและมีความรับผิดชอบจะต้องมีการสอบสวนและเผยแพร่ความจริงว่าได้เกิดอะไรขึ้นและต้องนำตัวผู้กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ผู้เสียหายต้องได้รับการช่วยเหลือและเชิดชู  ทั้งต้องมีการปฏิรูปกฎหมายและสถาบันต่างๆ เพื่อว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงกว้างขวางจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

 

กรอบความคิดเรื่องความเป็นธรรมในระยะเปลี่ยนผ่านเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการจัดทำและนำยุทธศาสตร์ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพกับประวัติศาสตร์ของการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงกกว้างขวาง  โดยทั่วไปสามารถแบ่งเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ 4 ด้านคือ  การค้นหาความจริง    การนำผู้กระทำความผิดมาลงโทษ     การช่วยซ่อมสร้างชีวิตและศักดิศรีของผู้เสียหาย (การชดใช้เยียวยา)  และการสร้างหลักประกันว่าการละเมิดสิทธิ์เหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก (การปฏิรูปเชิงสถาบัน) ปัจจัยต่างๆเหล่านั้นต่างเชื่อมโยงและส่งผลต่อกันและกัน ดังนั้นวิธีการที่มีประสิทธิภาพประการหนึ่งคือ การพิจารณาจากองค์รวมแล้วตามมาด้วยการพิจารณาจากด้านต่างๆเพื่อให้เหมาะสมกับแต่ละบริบท   เช่นการพิจารณาถึงความอ่อนไหวทางเพศสภาวะ (Gender) มีความจำเป็นสำหรับการทำความเข้าใจว่าการละเมิดสิทธิมนุษย์ชนนั้นส่งผลที่แตกต่างกันอย่างไรต่อผู้หญิงและผู้ชาย และทำให้แน่ใจถึงการมีส่วนร่วมของผู้ที่ด้อยโอกาสและคนชายขอบด้วยเป็นต้น

CrCF Case Schedule: August 2018

Civil Case

Number: Black 397/2560

Patani Court

 

 

 

Plaintiff: Ms. Waelimoh Kahama and 8 others

Defendant: Royal Thai Army 1

Royal Thai Police 2

Office to the Prime Minister 3

Ground: Compensation, The Act on Liability for Wrongful Act of Official 1996

Claim: 38,925,221

On the 25th March 2015, officers in the South, based in Moo 6 baan Tohsuhd, tambon Pitaen, umper Tungyangdaeng in Patani province shot dead 4 civilians. Amongst the killed, 2 were students from the University of Fatoni and civilians. For more information on this case please visit: https://voicefromthais.wordpress.com/?s=คดี Testimony of the witness of the plaintiff:  14-17 August 2018 at 09:00-16:00.

 

 

Lawyers responsible for the case:

Mr. Preeda Nakpiew Lawyer from the Cross-Cultural Foundation

Mobile – 098-6222474

View the case schedule of August 2018 here

CRCF Case Schedule for August 2018 edited2

มูลนิธิผสานวัฒนธรรม