Feeds:
Posts
Comments

English version at Article_A weapons system based on wishful thinking (Eng)

บทความแปล : ประสบการณ์จากสงครามต่อต้านการก่อการร้ายของสหรัฐในอัฟกานิสถาน “คู่มือผู้บัญชาการเพื่อใช้เงินเป็นอาวุธ” (Commander’s Guide to Money as a Weapons System)

ผู้เขียน Andrew Wilder เผยแพร่วันที่ 16 กันยายน 2552

ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2552 กองทัพสหรัฐอเมริกาได้ตีพิมพ์ “คู่มือผู้บัญชาการเพื่อใช้เงินเป็นอาวุธ” (Commander’s Guide to Money as a Weapons System) ซึ่งเป็นคู่มือที่ให้คำแนะนำในการใช้งบประมาณด้านการพัฒนาเพื่อให้ได้รับความสนับสนุนจาก “ประชาชนในท้องถิ่นในความพยายามที่จะเอาชนะผู้ก่อความไม่สงบ” ในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศแผนการที่จะเพิ่มงบพัฒนาเป็นเกือบสองเท่า (เป็นจำนวน 1.2 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ) ซึ่งจะเป็นงบประมาณหลักที่เหล่าผู้บัญชาการทหารในอัฟกานิสถานใช้เพื่อสนับสนุนโครงการที่มุ่ง “เอาชนะจิตใจของประชาชน”

คู่มือฉบับนี้และการเพิ่มเงินช่วยเหลือจำนวนมากเป็นองค์ประกอบสำคัญของยุทธศาสตร์ต่อต้านการก่อความไม่สงบของสหรัฐฯ โดยตั้งอยู่บนความเชื่อที่ว่าโครงการพัฒนาเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโรงเรียน สถานีอนามัย และถนน จะสามารถเอาชนะจิตใจของประชาชนชาวอัฟกานิสถานได้ ทำให้พวกเขามีความศรัทธาเชื่อมั่นต่อรัฐบาลของตนเองมากขึ้น และไม่หันไปสนับสนุนกลุ่มตาลีบัน ฟังดูก็มีเหตุผลดี แต่ปัญหาก็คือที่ผ่านมาแทบไม่มีหลักฐานใดสนับสนุนความคิดเช่นนี้

ในปีที่ผ่านมา เพื่อนร่วมงานและผมได้สัมภาษณ์ประชาชนชาวอัฟกานิสถานกว่า 400 ครั้ง เพื่อค้นหาว่าประโยชน์ที่ได้รับจากงบประมาณเพื่อการพัฒนาหลายพันล้านเหรียญเหล่านี้ตกไปถึงใครบ้างในประเทศนี้ แม้ว่าโครงการจำนวนมากจะทำให้เกิดผลประโยชน์ด้านมนุษยธรรมและการพัฒนาอย่างชัดเจน แต่เราแทบไม่พบหลักฐานเลยว่าโครงการช่วยเหลือเหล่านี้จะสามารถ “เอาชนะจิตใจของประชาชนได้” ทั้งไม่ได้ช่วยลดความขัดแย้งและความรุนแรง และไม่มีประโยชน์มากนักต่อการปราบปรามกลุ่มก่อความไม่สงบ

อันที่จริง ผลจากการศึกษาของเรากลับได้ข้อมูลในทางตรงข้าม แทนที่จะเอาชนะจิตใจประชาชนได้ ชาวบ้านที่อัฟกานิสถานกลับมีภาพในด้านลบอย่างมากต่อความช่วยเหลือและผู้ให้ความช่วยเหลือเหล่านี้ แทนที่จะช่วยให้เกิดความมั่นคงในพื้นที่ ในหลายกรณี เงินช่วยเหลือเหล่านี้กลับส่งผลให้เกิดความขัดแย้งและความไร้เสถียรภาพ ยกตัวอย่างเช่น เราได้รับรายงานหลายครั้งว่ากลุ่มตาลีบันได้รับการว่าจ้างจากผู้รับเหมาที่รับเงินงบประมาณช่วยเหลือเหล่านี้ ทั้งนี้เพื่อว่ากลุ่มตาลีบันจะให้ความคุ้มครอง (หรืออย่างน้อยก็ไม่ทำให้เกิดอันตราย) ในระหว่างที่ผู้รับเหมาก่อสร้างถนน ในสังคมที่มีการแบ่งแยกด้านชาติพันธุ์และเผ่าพันธุ์อย่างเช่นอัฟกานิสถาน เงินช่วยเหลือมักจะทำให้เกิดความรู้สึกอิจฉาริษยาและความไม่ประสงค์ดี และยังทำให้บางเผ่าหรือบางกลุ่มมีอำนาจมากกว่ากลุ่มอื่น ๆ และเป็นเหตุให้ฝ่ายตรงข้ามต้องไปหันไปเข้าข้างเดียวกับกลุ่มตาลีบัน

ในจังหวัด Urozgan ทางตอนใต้ เจ้าหน้าที่รัฐบาลอัฟกานิสถานคนหนึ่งบอกกับผมว่า “ในพื้นที่นี้ คนที่เป็นเครือญาติและเพื่อนฝูงกับตระกูลคาร์ไซ (ครอบครัวของประธานาธิบดีแห่งอัฟกานิสถาน – ผู้แปล) จะได้รับผลประโยชน์ทุกอย่าง เงินช่วยเหลือเหล่านี้จึงทำให้กลุ่มของพวกเขามีอำนาจมากขึ้น พวกเขาเป็นกลุ่มที่ฉ้อฉลและโหดร้าย แต่ผู้ให้ทุนก็ยังคงสนับสนุนพวกเขาต่อไป”

ผลกระทบร้ายแรงสุดจากเงินช่วยเหลือด้านการพัฒนาได้แก่การส่งเสริมให้มีการคอรัปชันขนานใหญ่ และส่งผลให้รัฐบาลมีความชอบธรรมน้อยลง งานศึกษาของเราชี้ให้เห็นว่า เราไม่สามารถเอาชนะจิตใจของชาวอัฟกานิสถานได้ ไม่ใช่เพราะเราทุ่มเงินลงไปน้อยไป แต่เพราะเราทุ่มเงินลงไปมากไปและเร็วเกินไป โดยเฉพาะในสภาพที่ยังไม่มีความมั่นคง และมีความเป็นไปได้ที่จะดำเนินงานตามโครงการน้อยมาก ทั้งไม่มีการกำกับดูแลเป็นอย่างดี

ที่สำคัญ สาเหตุหลักของปัญหาด้านความมั่นคงที่ชาวอัฟกานิสถานบอกต่อเราในระหว่างการสัมภาษณ์ ไม่ใช่เรื่องของความยากจน หรือการขาดการบูรณปฏิสังขรณ์ หรือไม่ใช่ทั้งกลุ่มตาลีบันเอง แต่กลับเป็นตัวรัฐบาลที่ฉ้อฉลและไม่สามารถดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ ในจังหวัด Paktia ซึ่งมีทีมบูรณปฏิสังขรณ์ระดับจังหวัดที่นำโดยสหรัฐฯ และมีการให้ทุนสนับสนุนโครงการพัฒนาตั้งแต่ปี 2546 ผู้นำอาวุโสของชนเผ่าในพื้นที่เล่าให้ฟังว่า

“Paktia มีปัญหามากมาย แต่ปัญหาเหล่านั้นไม่ใช่การขาดแคลนสถานีอนามัย โรงเรียนหรือถนน ปัญหาหลักก็คือเราไม่มีรัฐบาลที่ดี…ถ้าไม่มีรัฐบาลที่สะอาด ก็เท่ากับเงินหลายล้านเหรียญกำลังถูกปล้นไป แม้จะเพิ่มเงินขึ้นมาอีก มันก็ไม่มีประโยชน์ เพราะรัฐบาลก็จะปล้นเงินไปอีกอยู่ดี มีช่องว่างมากขึ้นระหว่างประชาชนกับรัฐบาล และนั่นเป็นสาเหตุหลักที่ทำลายความมั่นคงในพื้นที่นี้”’

 กลุ่มตาลีบันใช้ประโยชน์จากความรู้สึกดังกล่าว และพยายามสร้างความชอบธรรมให้กับขบวนการของตนเอง พวกเขาสัญญาว่าจะเร่งรีบทำให้เกิดความมั่นคง ความยุติธรรมที่เร็วขึ้น และให้มีรัฐบาลที่คอรัปชันน้อยลง แทนที่จะมุ่งสร้างถนน โรงเรียนและสถานีอนามัย

ทั้งหมดนี้ไม่ได้เป็นการบอกว่ารัฐบาลสหรัฐฯ และประเทศผู้ให้ทุนอื่น ๆ ควรหยุดสนับสนุนโครงการพัฒนาในอัฟกานิสถาน เพียงแต่ว่าการให้ทุนช่วยเหลือจากต่างชาติ ควรเน้นการส่งเสริมวัตถุประสงค์ด้านมนุษยธรรมและการพัฒนา ในกรณีที่มีหลักฐานว่าจะสามารถทำได้เช่นนั้นจริง แทนที่จะมุ่งส่งเสริมวัตถุประสงค์ในการปราบปรามการก่อความไม่สงบ ทั้ง ๆ ที่มันไม่ได้เป็นปัญหาในพื้นที่นั้น หากไม่มีหลักฐานอื่น ๆ ที่สนับสนุน รัฐบาลสหรัฐฯ ควรหยุดตำน้ำพริกละลายแม่น้ำในโครงการใช้เงินเพื่อเอาชนะจิตใจประชาชน ซึ่งเป็นเพียงความคิดเพ้อฝัน และเกิดจากโมหะคติที่มองว่าสามารถใช้เงินเพื่อซื้อจิตใจของประชาชนชาวอัฟกานิสถานได้

_____________

Thai version: 2009_11_18_ Statement on protection of children’s lives_ Thai version

English version: 2009_11_18_ Statement on protection of children’s lives_ Eng

Released on 18 November 2009  

 Public Statement

Condemnation of Violence Abetted against Children

A call for all parties to stop criminally offending the children, protecting their rights

and for all children in the restive situation to be protected

 At least two major incidences happened with children in November 2009. On 16 November, around 17.00, a school bus was hit by gunshots fired from a motorcycle on the road between Panare-Saban, Moo 4, Ban Hua Klong, Tambon Bannok, Panare district, Pattani. Three children from 12-18 years were injured including two boys who suffered two gun wounds on their limbs, and a 12-year-old-girl on her knees. They have been hospitalized and been safe. At the crime scene, four used 11mm bullets were found, but no culprits determined. 

                Another incidence took place on 8 November 2009, around 21.30. The assailants came by on a motorcycle and shot with heavy weapons including AK47 into a food stall near Phor Mong Pondok School in Moo 3, Tambon Phor Ming, Panare district, Pattani. The food stall was then crowded with students after the prayer. Phor Ming is also an ancient and famous pondok school in Pattani. Two students, 19 and 20 years old, were shot dead, and three students injured including two, 23 years and 19 years, who suffered from severe shots in their legs and abdomen and needed operations and an eight year old girl who was slightly injured. All of them have been hospitalized at the Panare Hospital and been safe. No reasons have been identified for the shootings against the students.  

Continue Reading »

http://www.nationmultimedia.com/2009/11/17/national/national_30116798.php

Better access to justice needed in deep South: lawyers

By The Nation

A leading human rights organisation on Tuesday welcomed the decision to lift martial law in the four Malay-speaking districts in Songkhla but urged the government to do more in providing access to justice for the local people.

Spokesperson of the Cross Cultural Foundation (CCF), Pornpen khongkachonkiet, said access to justice, not to mention the quality of legal services, in the deep South needs serious examination.

In a statement issued on Tuesday, the Cross Cultural Foundation, along with the Muslim Attorney Centre (Mac), expressed concern over the abuse of human rights stemming from the enforcement of special laws, including martial law and emergency decree.

They urged the court to demand from arresting officers’ solid evidence and to review the reasons cited for the request for the warrant.

Continue Reading »

CrCF and MAC

Released on 17 Nov. 2009

Recommendations

on the justice system in the trial of security related cases

in the Southern border provinces

มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและศูนย์ทนายความมุสลิมเป็นองค์กรภาคประชาสังคมที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มาตั้งแต่ปีพ.ศ. 2549 ได้มีข้อเสนอต่อหน่วยงานรัฐบาลเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้ง การใช้ความรุนแรงในการความไม่สงบ และข้อเสนอในการนำความสงบสุขสันติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นปัญหาเรื่องการเข้าถึงความยุติธรรมมาโดยตลอด ทางมูลนิธิผสานวัฒนธรรมและศูนย์ทนายความมุสลิมได้จัดทำข้อเสนอต่อฝ่ายตุลาการต่อกระบวนการยุติธรรมในคดีความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้นับแต่มีการประกาศใช้กฎหมายพิเศษคือกฎอัยการศึกและพรบ.ฉุกเฉิน เพื่อเป็นข้อมูลและประเด็นถกเถียงที่ทุกภาคส่วนจะได้นำมาประกอบการพิจารณาด้านนโยบายด้านกฎหมาย ด้านความมั่นคง และแนวนโยบายด้านสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ว่าจะพิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกและจะมีการนำกฎหมายความมั่นคงภายในมาประกาศใช้เป็นการทดลองในพื้นที่ 4 อำเภอจังหวัดสงขลาในวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

กรุณาดูในเอกสารที่แนบ ฉบับภาษาไทยและภาษาอังกฤษ เผยแพร่วันที่ 17 พฤศจิกายนพ.ศ. 2552

2009_11_17 Recommendation on Justice system_Southern Thailand_Eng

2009_11_17 Recommendation on Justice system_Southern Thailand_Thai version

Background of Internal Security Act 2008 and the Southern Border Provinces

Pls find the English version of Internal Security ACT 2008 at  ISA

            On December 20th, 2007, just a few days before the parliamentary elections, the Internal Security Act (ISA) was passed by the National Legislative Assembly established by Military in 2006, in the face of strong opposition from the civil society. The ISA was announced in the government gazette in Feb 2008.

  It was reported that on 13 October 2009, Mr. Tawin Piensri, Secretary General of National Security Council met with PM. Apisit Vejchachiwa and suggested that NSC recommended the Government to extent the enforcement of Emergency Decree another 3 months. 

            On 13 October 2009, the cabinet has issued the extension of Emergency Decree and also approved in the principle that the Martial law in the 4 districts in Songkla shall be lifted with in 30 Nov 2009 and the declaration of Internal Security ACT 2008 will be announced to enforce new security in the south as a test whether it would help solving the situation. (4 Districts of Songkla was not under the implemetation of Emergency Decree, but Martial Law)

            On 15 October 2009, CrCF and YMAT together with KONRAD organized the public discussion on ISA and its up-coming enforcement of ISA 2008 first in the 4 districts of Songkla and three provinces in the south later in replacing Martial law and Emergency Decree.  The meeting on 15 Oct attracted a number of CSO and villagers especially from Songkla province. However, there is a need to explore more on the regulation that will be issued and later enforced in relation to the declaration of ISA 2008 in Songkla province in Nov 2009.                                                      

Continue Reading »

Older Posts »