Feeds:
Posts
Comments

เผยแพร่ 24 เมษายน 2557

ใบแจ้งข่าว

25 เม.ย. 57 กรรมการสิทธิฯเรียกกองทัพเรือแจง กรณีภูเก็ตหวาน

พรุ่งนี้ (25 เมษายน 2557) คณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรียกกองทัพเรือ ชี้แจงกรณีที่ “ภูเก็ตหวาน” ถูกกองทัพเรือดำเนินคดี ฐานหมิ่นประมาทและละเมิด พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550

ตามที่ เมื่อวันที่ 4 เมษายน 2557 นายอลัน มอริสัน และนางสาวชุติมา สีดาเสถียร ผู้สื่อข่าวของสำนักข่าวภูเก็ตหวาน (WWW.PHUKETWAN.COM) ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อนายแพทย์นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เรื่อง ร้องขอความเป็นธรรมกรณีละเมิดสิทธิการนำเสนอข่าวโดยใช้มาตรการตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 นั้น

ล่าสุด ในวาระการประชุมของคณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้บรรจุวาระการตรวจสอบกรณีดังกล่าว ในการประชุมวันที่ 25 เมษายน 2557 เวลา 13.30 นาฬิกา โดยได้เชิญผู้แทนกองทัพเรือและผู้เชี่ยวชาญด้านสิทธิมนุษยชนเข้าร่วมฟังการชี้แจงดังกล่าว แต่ผู้ถูกร้องไม่ประสงค์ให้บุคคลภายนอกเข้าฟัง

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน เวลา 11.00 นาฬิกา คณะอนุกรรมการด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ยังมีวาระการประชุมตรวจสอบเรื่องการหายตัวไปของ “นายบิลลี่” ด้วย

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ

นางสาวชุติมา สีดาเสถียร 089 472 5117

นายพนม บุตะเขียว 085 468 1555

ดูรายละเอียดคดีนี้เพิ่มเติมได้ที่

http://phuketwan.com/tourism/phuket-journalists-face-court-april-says-prosecutor-20042/

หรือ freedom.ilaw.or.th/case/554

สมาคมนักกฎหมายเพื่อสิทธิมนุษยชน
เผยแพร่วันที่ 24 เมษายน 2557

ใบแจ้งข่าว
ศาลสั่งสอบนายชัยวัฒน์ หัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน กรณีการหายตัวไปของนายบิลลี่

ล่าสุดวันนี้ เวลาประมาณ 15.30 นาฬิกา ศาลจังหวัดเพชรบุรี ได้ออกนั่งบัลลังก์ไต่ส่วนคำร้องกรณีนายบิลลี่หายตัวไป โดยศาลสั่งให้ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและนายเกษม ลือฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.6 (เขามะเร็ว) มาสอบพยานเพิ่มเติม ในวันที่ 30 เมษายน 2557 เวลา 13.30 นาฬิกา
โดยกรณีนี้สืบเนื่องมาจาก เช้าวันนี้ (24 เมษายน 2557) คณะทนายความจากสมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชนและมูลนิธิผสานวัฒนธรรม พร้อมด้วยภรรยาของนายบิลลี่ หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลจังหวัดเพชรบุรีเพื่อขอไต่สวนกรณีการหายตัวไปของนายบิลลี่ เพื่อขอศาลเรียกหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมตัวมาไต่สวนให้ชี้แจงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการควบคุมตัวนายบิลลี่ และขอให้ปล่อยตัวทันที
ทั้งนี้ นายบิลลี่ เป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ได้หายตัวไปหลังจากถูกเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานจับกุมเมื่อวันที่ 17 เมษายน 2557 และไม่ทราบชะตากรรมจนถึงปัจจุบัน
ในช่วงบ่าย ศาลได้พิจารณาไต่สวนคำร้องและพยานฝ่ายผู้ร้องแล้วเห็นว่า กรณีมีเหตุอันสมควรสงสัยว่า นายพอละจีอยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานหรือไม่ เพื่อให้ข้อเท็จจริงกระจ่างขึ้น จึงเห็นสมควรให้มีหมายเรียก นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานและนายเกษม ลือฤทธิ์ หัวหน้าหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติที่ กจ.6 (เขามะเร็ว) ให้มาไต่ส่วนตามคำร้อง ในวันที่ 30 เมษายน 2557 เวลา 13.30 นาฬิกา
ส่วนคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้กรมอุทยานแห่งชาติฯ ทำการเยียวยาความเสียหายแก่นายพอละจีนั้น เห็นว่ากรณีดังกล่าวจำจะต้องได้ข้อเท็จจริงเป็นที่ยุติก่อนว่านายพอละจี ถูกเจ้าหน้าที่ของกรมอุทยานแห่งชาติควบคุมตัวไว้โดยมิชอบก่อน ศาลจึงยังไม่วินิจฉัยข้อเท็จจริงดังกล่าว จึงให้รอไว้สั่งหลังจากที่ได้ข้อเท็จจริงก่อน
ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ
พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ `ผู้อำนวยการมูลนิธิผสานวัฒนธรรม 086-7093000
วราภรณ์ อุทัยรังษี (ทนายความ) 084 – 8091997
นายบิลลี่ หรือ นายพอจะลี รักจงเจริญ เป็นแกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน และผู้ช่วยทนายความ อยู่ระหว่างการเตรียมการต่อสู้คดีปกครองที่ชาวบ้านบางกลอยยื่นฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชและนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จากกรณีการเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกว่า 20 ครอบครัว ที่บ้านบางกลอยเมื่อเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2554 เพื่อผลักดันให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่แม้ปรากฎผลการศึกษายืนยันว่าชาวบ้านเป็นชนพื้นเมืองดังเดิมชาวปาเกอญอที่ตั้งรกรากอาศัยอยู่ในพื้นที่มาเป็นเวลาร่วมกว่า 100 ปีแล้ว นอกจากนี้ นายบิลลี่ยังอยู่ระหว่างการเตรียมถวายฎีกาเพื่อร้องเรียนขอความเป็นธรรมต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย ทั้งนี้ เชื่อว่านายบิลลี่มีพยานหลักฐานเกี่ยวกับคดีและกรณีร้องเรียนดังกล่าวอยู่กับตัวด้วยในขณะที่หายไป

นายบิลลี่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน 2557 โดยมีชาวบ้านพบเห็นนายบิลลี่ครั้งสุดท้ายเมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ขณะถูกควบคุมตัวโดยเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ต่อมาเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ได้ยอมรับว่าควบคุมตัวนายบิลลี่จริง เนื่องจากค้นตัวนายบิลลี่แล้วพบรังผึ้งและน้ำผึ้งหกขวด ตนจึงได้ทำการตักเตือน และอ้างว่าได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว อย่างไรก็ตามไม่ปรากฏหลักฐานที่อ้างเกี่ยวกับการจับกุมตามข้อกล่าวหาและหลักฐานการปล่อยตัวแต่อย่างใด จนถึงปัจจุบันเป็นเวลาร่วม 6 วันแล้วหลังจากถูกควบคุมตัว ที่ยังไม่มีผู้ใดพบเห็นนายบิลลี่อีก โดยครอบครัวของนายบิลลี่ พร้อมด้วยผู้ใหญ่บ้านและชาวบ้านบางกลอยได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ไว้แล้ว

ก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนกันยายน 2554 ได้มีการลอบสังหารนายทัศน์กมล โอบอ้อม นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนอีกรายหนึ่งซึ่งมีความใกล้ชิดและให้ความช่วยเหลือชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอยในการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมในกรณีเดียวกัน ต่อมาอัยการได้ฟ้องร้องนายนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ เป็นจำเลยด้วยข้อหาจ้างวานฆ่านายทัศน์กมล แม้คดีกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาล แต่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีการสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามกฎหมายเกี่ยวกับวินัยข้าราชการพลเรือนแต่อย่างใด

การบังคับบุคคลให้สูญหาย หรือ การอุ้มหาย เป็นการละเมิดสิทธิในชีวิตและร่างกายของบุคคลซึ่งถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงโดยที่รัฐมิอาจเพิกเฉยได้ด้วยประการใดๆ ทั้งนี้ อนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองมิให้บุคคลถูกบังคับให้สูญหายแล้วเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2555 นิยาม “การหายสาบสูญโดยถูกบังคับ” หมายถึง การจับกุม กักขัง ลักพาตัว หรือการกระทำในรูปแบบใดๆ ก็ตาม ที่เป็นการลิดรอนเสรีภาพโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือบุคคลหรือกลุ่มบุคคลซึ่งดำเนินการโดยได้รับการอนุญาต การสนับสนุนหรือการยอมรับโดยปริยายของรัฐ ตามมาด้วยการปฏิเสธที่จะยอมรับว่าได้มีการลิดรอนเสรีภาพ หรือการปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลที่หายสาบสูญซึ่งส่งผลให้บุคคลดังกล่าวตกอยู่ภายนอกการคุ้มครองของกฎหมาย

ไทยในฐานะภาคีกฎบัตรสหประชาชาติและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง จึงมีหน้าที่ตามกฎหมายที่ต้องให้คุ้มครองบุคคลจากการถูกบังคับให้สูญหายดังกล่าว โดยจะต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้พบและช่วยเหลือเหยื่อและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด อีกทั้ง ไทยควรจะต้องดำเนินการให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลมิให้ถูกบังคับให้สูญหายโดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ มาตรา ๓๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ยังรับรองและคุ้มครองสิทธิสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย ตลอดจนสิทธิของบุคคลที่จะร้องต่อศาลเพื่อให้สั่งระงับหรือเพิกถอนการกระทำที่เป็นการละเมิดสิทธิดังกล่าว รวมทั้งจะกำหนดวิธีการเยียวยา ความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย
**************

รายงานคู่ขนานการปฎิบัติตามพันธกรณีของรัฐบาลไทยต่ออนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่นๆ ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี
รายงานฉบับนี้เป็นการวิเคราะห์จากกรณีศึกษาจากกลุ่มตัวอย่างจำนวนทั้งสิ้น 92 กรณีโดยการสัมภาษณ์จากผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง รวมทั้งศึกษาจากจำนวนกว่า 300 กรณีสัมภาษณ์จากญาติที่มาร้องเรียนกับหน่วยงานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้ โดยเป็นการดำเนินการร่วมกันกับองค์กรเครือข่ายได้แก่ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม, มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม,กลุ่มด้วยใจ จ. สงขลา, เครือข่ายผดุงธรรมเพื่อสันติ จชต., เครือข่ายสิทธิมนุษยชนปาตานี,มูลนิธิไทยเพื่อคนมีปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล และมีองค์กรที่สนับสนุนการจัดทำรายงานและการจัดส่งรายงานต่อคณะกรรมการฯได้แก่ เครือข่ายแรงงานแม่โขง, สมาคมนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน, ศูนย์พิทักษ์และฟื้นฟูสิทธิชุมชนท้องถิ่น เชียงใหม่, สถาบันวิจัยและพัฒนาเพื่อเฝ้าระวังคนไร้รัฐ, มูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา, สถาบันพัฒนานักกฎหมายและสิทธิมนุษยชน, ศูนย์ปฎิบัติการร่วมเพื่อแก้ไขปัญหาประชาชนบนพื้นที่สูง (ศปส.) สมาคมศูนย์รวมการศึกษาและวัฒนธรรมของชาวไทยภูเขาในประเทศไทย และมูลนิธิส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน จัดทำเป็นเอกสารภาษาอังกฤษ 44 หน้า นำเสนอเป็นจำนวน 8 บท และมีเอกสารแนบทั้งสิ้นจำนวน 91 หน้า เป็นกรณีศึกษาทั้งสิ้น 92 กรณีและเป็นตารางผลกระทบทางด้านจิตใจจากการทรมาน และแบบการสัมภาษณ์ผู้ได้รับผลกระทบจากการทรมาน
Shadow report on CATThai summary

Cross Cultural Foundation
For immediate release on April 20th, 2014

Public Statement
Demanding Immediate Explanation and Investigation by Relevant Officials
Regarding the Disappearance of a Karen Hill-Tribe Human Rights Defender

​According to a news report, Mr. Billy or Por Cha Lee Rakcharoen has disappeared since the afternoon of April 17th 2014. At the time of his disappearance he was believed to be travelling from his village in the mountains to Kaengkrachan district. Mr. Billy has been helping his fellow Karen villagers in their struggle for recognition of indigenous land rights in the Kaengkrachan National Park, specially in the case against the authorities that at present is pending before the courts.
​On April 18th, the Head of Kaengkrachan National Park, Wildlife and Plant Conservation Office Mr. Chaiwat Limlikitaksor admitted that Mr. Billy had been detained and taken for interrogation as a wild honeycomb and six bottles of wild honey had been found in the possession of Mr. Billy. Mr. Limlikitaksor also claimed that Mr. Billy had been released.
​However, activists allege that neither the report of detention nor any evidence of release of Mr. Billy from detention had been disclosed by the authorities.
​It is almost 73 hours since Mr. Billy’s disappearance. His fellow villagers have made several attempts to contact Mr. Billy, but there is no information about his whereabouts and well being. On April 19th 2014, the villagers filed a complaint with the local police regarding his disappearance.
​According to information received, at the time of his disappearance Mr. Billy was travelling from his mountain village to the Kaengkrachan District in order to meet with his fellow villagers and activists and prepare for the upcoming court hearing in the lawsuit filed by the villagers against the National Park, Wildlife and Plant Conservation Department, Ministry of Natural Resource and Environment, and the Head of Kaengkrachan National Park, Wildlife and Plant Conservation Office. In the lawsuit the villagers have claimed that in July 2011, the authorities were responsible for the destruction and burning of houses and property of more than 20 Karen hill-tribe families who were living in the Bangkloybon Villages in Kaengkrachan National Park. Research studies have confirmed that the villagers belong to an indigenous Karen ethnic group who has been living in the area near of Bangkloybon Villages since many generations for more than 100 years.
​The case between the authorities in Kaengkrachan National Park and the Bangkloybon villagers is a clear example of the structural problems, which lead to lawsuits demanding recognition and protection of indigenous rights to land and traditional ways of life. This struggle has also led to the assassination of a human rights defender Mr. Tassanakamol Aobeaom on 10 September 2011. Although Mr. Chaiwat, the Head of Kaengkrachan National Park Office was accused of hiring someone to kill Mr. Aobeaom and the case is pending court decision, Mr. Chaiwat continues to hold office as the Head of the Kaengkrachan National Park Office. No action was taken to suspend him from his official duties pending investigation as required under disciplinary regulation and practice governing state officials under Thai law.
​Mr. Billy is a human rights defender and a witness in the case villagers’ lawsuit against the National Park Office as above mentioned. His disappearance is a matter of grave concern as it may affect the case and the struggle of the villagers for rights and justice.
​Enforced disappearances often occur when authorities refuse to disclose the fate or whereabouts of the persons arrested and detained by them. Such an act violates the fundamental rights and freedoms, most importantly the rights to life and security of a person as well as human dignity. The State, therefore, has the obligation under international law to ensure full respect for and protection of such rights.
​Cross Cultural Foundation demand immediate explanation from relevant authorities regarding the disappearance of Mr. Billy. We also urges all parties throughout the line of command of responsible authorities including police to investigate the matter such that information about the whereabouts of Mr. Billy is disclosed promptly.
​It is universally respected principle of human rights which demands that no States shall practice, permit or tolerate enforced disappearance. As reaffirmed in the Declaration on the Protection of all Persons from Enforced Disappearance adopted by the UN General Assembly on December 18th, 1992, that States shall take effective action to prevent, terminate and investigation the acts of enforced disappearance and, most importantly, to find and rescue victims and bring perpetrators to justice as soon as possible. Furthermore, any persons alleged to have committed any acts of enforced disappearance shall be suspended from any official duties during the investigation.

**********

25570420-125610.jpg

แถลงการณ์เร่ื่องนายบิลลี่image

เผยแพร่วันที่ 20 เมษายน 2557 (แก้ไข)
แถลงการณ์
ขอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจ้งเรื่องการหายตัวไปของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน
แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี

สืบเนื่องจากกรณีมีรายงานข่าวว่า เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 17เม.ย. 57 นายบิลลี่ หรือ นายพอละจี รักจงเจริญ นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ. แก่งกระจาน จ. เพชรบุรี ได้หายตัวไปขณะเดินทางจากหมู่บ้านลงมายังตัวอำเภอแก่งกระจาน ต่อมานายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ออกมายอมรับว่าได้ควบคุมตัวนายบิลลี่ไปเพื่อสอบสวน โดยอ้างความผิดซึ่งหน้าว่าค้นตัวนายบิลลี่เจอรังผึ้งและน้ำผึ้ง 6 ขวด แต่ได้ปล่อยตัวนายบิลลี่ไปแล้ว โดยไม่มีหลักฐานพยานถึงข้อกล่าวหาและการปล่อยตัวแต่อย่างใด และขณะนี้ยังไม่มีใครทราบว่านายบิลลี่อยู่ที่ใด ไม่มีใครพบเห็นนายบิลลี่ และไม่ได้รับการติดต่อกลับผิดวิสัยนักกิจกรรม ขณะนี้ชาวบ้านมีความห่วงกังวลในเรื่องความปลอดภัยเป็นอย่างมากจึงได้แจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่ไว้แล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2557
ปรากฎข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เมื่อวันที่ 18 เมษายน 2557 นายบิลลี่หายตัวไปขณะเดินทางมาเพื่อเตรียมข้อมูลและเตรียมการนำชาวบ้านไปร่วมการพิจารณาคดีของศาลปกครองในคดีที่ชาวบ้านกะเหรี่ยงบางกลอยฟ้องกรมอุทยานแห่งชาติฯ และนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร จากกรณีที่การเข้ารื้อทำลาย เผาบ้านเรือนและทรัพย์สินของชาวบ้านกะเหรี่ยงกว่า 20 ครอบครัวที่บ้านบางกลอยบนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2554 ซึ่งปรากฎผลการศึกษายืนยันต่อมาว่าชาวบ้านกะเหรี่ยงกลุ่มดังกล่าวเป็นชนพื้นเมืองดังเดิมที่ตั้งรกรากอาศัยอยู่ในพื้นที่บริเวณลำห้วยเหนือแม่น้ำบ้านบางกลอยบนมานับแต่ครั้งบรรพบุรุษเป็นเวลาร่วมกว่า 100 ปี ความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานและเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกับชาวบ้านชนเผ่าพื้นเมืองเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่ส่งผลให้เกิดการฟ้องร้องคดีในชั้นศาล รวมทั้งการลอบสังหารนายทัศน์กมล โอบอ้อม นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนอีกรายหนึ่งเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2554 และการตั้งข้อกล่าวหาจ้างวานฆ่าต่อนายนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานฯ ซึ่งขณะนี้คดีกำลังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาคดีของศาลหากแต่นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรยังคงปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีการสั่งพักราชการหรือสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนตามระเบียบที่เคยปฏิบัติในกรณีที่ข้าราชการถูกฟ้องคดีอาญาร้ายแรง
เหตุการณ์หายตัวไปของนายบิลลี่ สร้างความวิตกกังวลว่าอาจน่าจะเกี่ยวข้องกับการทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและการทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยทนายความในคดีที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครอง ซึ่งนายบิลลี่และชาวบ้านต้องร่วมเป็นพยานในคดีดังกล่าวด้วย การหายตัวไปของนายบิลลี่จึงอาจส่งผลต่อคดีและการต่อสู้เรียกร้องความยุติธรรมของกลุ่มชาวบ้านด้วย
การบังคับให้บุคคลสูญหาย หรือ การอุ้มหาย เป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ร้ายแรงที่สุดเป็นการละเมิดสิทธิต่อชีวิต ร่างกาย และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ที่รัฐมีหน้าที่ตามกฎหมายภายในและพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศที่ต้องให้การเคารพและคุ้มครองสิทธิดังกล่าว
มูลนิธิผสานวัฒนธรรมขอเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องรวมทั้งผู้บังคับบัญชาชี้แจ้งเรื่องการหายตัวไปของนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน แกนนำชาวบ้านกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี โดยทันที รวมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่และสำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อติดตามตัวนายบิลลี่ อย่างโปร่งใส เป็นอิสระและนำตัวกลับมาโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้รัฐจะต้องไม่ยินยอมต่อการกระทำอันเป็นการบังคับให้บุคคลสูญหายและต้องดำเนินการสืบสวนสอบสวนเพื่อให้พบและช่วยเหลือเหยื่อและนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้หากมีข้อมูลที่เชื่อได้ว่าเป็นการบังคับให้สูญหายจริง บุคคลที่ถูกกล่าวหาว่าได้กระทำการบังคับให้บุคคลสูญหายนั้นพึงถูกพักจากการปฏิบัติหน้าที่ราชการในระหว่างเวลาที่มีการสอบสวนด้วย ตามที่ระบุในปฏิญญาว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลให้พ้นจากการถูกใช้กำลังบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งรับรองโดยที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2535

ข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ 086-7093000
หมายเหตุ: ข้อมูลจากรายงานคู่ขนานและข้อเสนอแนะต่อประเทศไทยเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ประเทศไทย เผยแพร่เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2555

กรณี: การบังคับไล่รื้อชาวกะเหรี่ยงอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานโดยรัฐไทย
48. กว่าทศวรรษที่ผ่านมา รัฐบาลไทยและโดยเฉพาะหน่วยงานอุทยานแห่งชาติและป่าไม้พยายามบังคับไล่รื้อชนเผ่าพื้นเมืองกะเหรี่ยง ให้ออกจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน การบังคับไล่รื้อส่งผลให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนร้ายแรงและเลือกปฏิบัติหลายประการ
49. การบังคับไล่รื้อยังอาจเป็นเหตุผลเกี่ยวข้องกับการสังหารนายทัศน์กมล โอบอ้อม ผู้พิทักษ์สิทธิมนุษยชนเชื้อสายกะเหรี่ยงซึ่งถูกยิงเสียชีวิตในวันที่ 10 กันยายน 2554 หลังจากพยายามช่วยเหยื่อคนหนึ่งให้ยื่นข้อร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) การบังคับไล่รื้อยังดำเนินต่อไปแม้จะมีกรอบกฎหมายที่ชัดเจนซึ่งคุ้มครองสิทธิของชาวกะเหรี่ยงให้อาศัยอยู่ในที่ดินของบรรพชนและดำรงชีพด้วยวิถีเกษตรกรรมแบบดั้งเดิม
50. ความขัดแย้งระหว่างชาวกะเหรี่ยงกับรัฐไทยส่วนใหญ่เริ่มตั้งแต่พ.ศ. 2503 เมื่อมีการประกาศให้พื้นที่บรรพชนของชาวกะเหรี่ยงเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน โดยการประกาศใช้พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ นับแต่นั้นมารัฐได้ใช้เหตุผลหลายประการเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับการบังคับไล่รื้อชาวกะเหรี่ยง โดยอ้างว่าวิธีการเพาะปลูกของพวกเขาทำลายสิ่งแวดล้อม หรืออ้างว่าต้องบังคับไล่รื้อเพราะความจำเป็นด้านความมั่นคง รวมทั้งยังอ้างว่าผู้ถูกไล่รื้อเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด หรืออ้างว่าชาวกะเหรี่ยงไม่ได้เป็นคนไทยเหมือนคนอื่น ซึ่งเป็นข้ออ้างที่ไม่อาจตรวจสอบได้
51. การบังคับไล่รื้อครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2554 โดยในระหว่างการบุกจู่โจม เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้เผาทำลายบ้านเรือนและอาหารของชาวกะเหรี่ยง มีการขโมยสมบัติของพวกเขา ฆ่าสัตว์เลี้ยงและบังคับให้ชาวบ้านต้องหลบหนี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานอ้างว่า ปฏิบัติการบังคับไล่รื้อครั้งล่าสุดมุ่งจับกุมคนเข้าเมืองที่ไม่มีเอกสารจากพม่า ไม่ได้มีเป้าหมายเป็นชาวกะเหรี่ยงพื้นเมือง ทั้งยังอ้างต่อไปว่าแม้ว่าผู้ที่ถูกไล่รื้อจะเป็นชนเผ่าพื้นเมือง แต่การบังคับไล่รื้อก็ยังชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากกฎหมายป่าไม้ห้ามไม่ให้บุคคลใดเข้าไปยึดครองพื้นที่อุทยาน
52. หลักฐานจากกรณีนี้ชี้ให้เห็นว่าผู้ถูกไล่รื้ออันที่จริงแล้วเป็นคนไทย ทั้งโดยการเกิดและการสืบเชื้อสาย นอกจากนั้น มาตรา 66 และ 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 คุ้มครองสิทธิของคนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อนุรักษ์ อย่างเช่น อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน หากมีการพิสูจน์ได้ว่าบุคคลเหล่านี้เข้ามาครอบครองพื้นที่ก่อนการประกาศอุทยานและการกำหนดเส้นเขตแดน นอกจากนั้น มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2553 รับรองโดยเฉพาะสิทธิของชาวกะเหรี่ยงที่จะอยู่ในพื้นที่ของตนต่อไป และทำการเกษตรแบบไร่หมุนเวียน
53. ข้อ 10 ของปฏิญญาแห่งสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิชนเผ่าพื้นเมืองประณามการบังคับไล่รื้อและกำหนดให้มีการขอความยินยอมที่เกิดจากความเข้าใจและสมัครใจของชนเผ่าพื้นเมืองก่อนจะถูกโยกย้าย ประเทศไทยแสดงความเห็นชอบต่อปฏิญญาฉบับนี้ ในขณะที่หน่วยงานชนเผ่าพื้นเมืองและสิทธิมนุษยชน ภาคประชาสังคมและเอ็นจีโอ ได้ยื่นเรื่องเกี่ยวกับสถานการณ์นี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 โดยมีการรับพิจารณาของชาวกะเหรี่ยงในฐานะเป็นปฏิบัติการเร่งด่วนซึ่งเป็นสัญญาณเตือนล่วงหน้า (early warning urgent action – EW/UA) ของสมัยประชุมที่ 80 ของคณะกรรมการปฏิญญา ภายหลังการประชุม คณะกรรมการแสดงความกังวลในจดหมายลงวันที่ 9 มีนาคม 2555 ต่อรัฐบาลไทย แจ้งความประสงค์ที่ต้องการทราบขั้นตอนที่ดำเนินการเพื่อปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของชาวกะเหรี่ยง
54. ในปัจจุบัน ยังคงมีชาวกะเหรี่ยงพลัดถิ่นจำนวนมาก ภายหลังการบังคับไล่รื้อ พวกเขาต้องไปอาศัยอยู่ในพื้นที่ซึ่งไม่คุ้นเคย และมีสภาพความเป็นอยู่ที่ไม่เหมาะสม คณะกรรมการว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบควรที่จะพิจารณากรณีนี้อีกครั้ง

เรียนเชิญ ผู้เข้าร่วมเสวนา
ปาตานีฟอรั่ม เรียนเชิญท่านผู้สนใจ เข้าร่วมเสวนา การนำเสนอและวิพากษ์รายงานพิเศษ ” เส้นทางหยุดเลือด : การต่อรอง สู่การไม่ฆ่า ณ ปาตานี ” วันจันทร์ที่ 21 เมษายน 2557 ณ ห้องขวัญจุฑา โรงแรมปาร์ควิวรีสอร์ท ปัตตานี

นำเสนอโดย ดอนปาทาน

และร่วมวิพากษ์โดย
ผศ.ดร.วลักษณ์กมล จ่างกมล คณะวิทยาการสื่อสาร มอ.ปัตตานี
ผศ.ดร.ศรีสมภพ จิตร์ภิรมย์ศรี(CSCD)
สุไฮมี ดูละสะ (PERMAS)

ดำเนินรายการโดย เอกรินทร์ ต่วนศิริ

25570418-153500.jpg

OHCHR REGIONAL OFFICE FOR SOUTH-EAST ASIA

Live Web-caste, Review of Thailand by the United Nations Committee Against Torture under the Convention against Torture and Other Cruel Inhuman or Degrading Treatment or Punishment

30 April, 2014
UNCC Room B, Bangkok, Thailand

The United Nations General Assembly adopted the Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or Degrading Treatment or Punishment on 10 December 1984. Article 19 of the Convention mandates the Committee against Torture (CAT), a group of independent experts, to examine reports on the measures taken by States Parties to implement the provisions of the Convention.

Thailand acceded to the Convention on 2 October 2007. The country’s first report will be considered during the 52nd CAT Session in Geneva, Switzerland on 30 April 2014 and 1 May 2014.

Following the examination of the report and a dialogue with the Government delegation, the Committee adopts concluding observations. These include concerns and recommendations, some of which are to be followed-up within one year. The concluding observations are significant in indicating the Committee’s position with respect to the status of the implementation of the Convention in the country. They are transmitted to the Government for implementation, made public on the last day of the Session and posted on the website.

The aim of the webcast on 30 April 2014 is to make the Session accessible to relevant stakeholders in Thailand who play critical roles in the implementations of the
recommendations.

PROGRAMME

Wednesday, 30 April 2014

Time
Topics
Facilitator/Presenter
14:30-15:00

Participants registration
OHCHR ROB

Session 1: Introduction

15:00-15.10

Opening remarks

Mr. Laurent Meilluer,
Officer-in-Charge, OHCHR

15:10-15:30

Overview of CAT and the first review of Thailand
Q & A
OHCHR
15:30-15:50

Lessons Learned from a parallel report preparation and expectations for the review
Q & A
NHRC Thailand
Civil society

Coffee Break 15:50-15:55

Session 2: Webcast

16:00-18:00
Commencement of the live webcast of the 52nd Session

25570417-121419.jpg

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 25 other followers